บางกอกแอร์เวย์สเผยโควิดพ่นพิษ 9 เดือนรายได้หด-ขาดทุนอ่วม 4.9 พันลบ.

17 พ.ย. 63 15:24 Infoquest

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/63 ว่า รายได้รวมของบริษัทอยู่ที่ 903 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 86.5% และขาดทุนสุทธิ 1,585.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ

สายการบินจึงได้เน้นการทำการบินภายในประเทศเป็นหลัก โดยได้กลับมาทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ-สมุย, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-สุโขทัย, กรุงเทพฯ-ลำปาง, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต และสมุย-ภูเก็ต ซึ่งได้บริหารจัดการเส้นทางบินและจำนวนเที่ยวบินให้เหมาะสมกับความต้องการเดินทาง ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนของปี 63 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 8,196.4 ล้านบาท ลดลง 60.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 62 ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ของธุรกิจสายการบินและธุรกิจสนามบิน ปรับตัวลดลง 65.9% และ 64.9% ตามลำดับ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารลดลง 65.1% โดยเฉพาะผู้โดยสารระหว่างประเทศ ลดลง 74.3% ในขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ปรับตัวลดลง 54.8% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 4,918 ล้านบาท เป็นผลขาดทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท เท่ากับ 4,882.5 ล้านบาท และมีผลขาดทุนต่อหุ้น เท่ากับ 2.37 บาท

ด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้มีผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และส่งผลให้มีการทำการบินในประเทศเพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสที่ 2/63 บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด (BAC) จึงมีจำนวนอาหารที่ผลิตเพิ่มขึ้น 196% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/63 แต่ยังคงต่ำกว่าในช่วงไตรมาส 3/62 ราว 97%

นอกจากนี้ บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟล์ทเซอร์วิส จำกัด (BFS Ground) มีจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการเพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาส 2/63 แต่ลดลงจากช่วงไตรมาส 3/62 ราว 63% และในส่วนของบริษัทดับบลิวเอฟเอสพีจี คาร์โก้ จำกัด (WFS-PG-Cargo) มีน้ำหนักของสินค้าที่ให้บริการเพิ่มขึ้น 28% ของไตรมาส 2/63 แต่ลดลงจากไตรมาส 3/62 ราว 7%

สำหรับธุรกิจการลงทุน บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ได้ดำเนินการส่งแผนแม่บทการดำเนินงานต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อกำหนดตำแหน่งและจุดเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่สำคัญในโครงการฯ เมื่อเดือน ส.ค.63 ที่ผ่านมา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์