SCB เผย GDPโค้ง3 หดตัวน้อยกว่าคาด สะท้อนศก.ไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

17 พ.ย. 63 13:51 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2020 หดตัวน้อยลงที่ -6.4%YOY (เทียบกับ -12.1%YOY ในไตรมาส 2/2020) สะท้อนเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดหลังมีมาตรการผ่อนคลายการปิดเมือง รวมถึงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน

  ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอลง ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฐานต่ำในปี 2019 ที่มีการจัดทำงบประมาณล่าช้า และการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ดี การลงทุนเอกชนและภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่อง

  ทั้งนี้การหดตัวที่ -6.4%YOY ของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 นับเป็นการหดตัวที่น้อยกว่าที่ EIC คาด สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าที่เคยคาดไว้เล็กน้อย โดยเฉพาะในส่วนของการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชน จึงทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2020 มีโอกาสหดตัวน้อยกว่าที่คาดที่ -7.8%

  สำหรับในปี 2021 คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จากผลของแผลเป็นทางเศรษฐกิจ (scarring effects) แต่การค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงอาจทำให้เศรษฐกิจคู่ค้า รวมถึงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศฟื้นตัวได้มากกว่าคาด ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวสูงกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 3.5%

*   Key points

  เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2020 หดตัวน้อยลงที่ -6.4%YOY หลังจากหดตัวสูงถึง -12.1%YOY ในไตรมาส 2 ปี 2020 และหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าแบบหักผลทางฤดูกาล (%QOQ seasonally adjusted) เศรษฐกิจไทยจะพลิกกลับมาขยายตัวที่ 6.5% QOQ sa (เทียบกับ -9.9% QOQ sa ในไตรมาสที่ 2/2020)  ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังมีมาตรการผ่อนคลายการปิดเมือง และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2020 เศรษฐกิจไทยหดตัวที่ -6.7%YOY

เศรษฐกิจไทยด้านการใช้จ่าย (Expenditure Approach) หดตัวในอัตราน้อยลงในเกือบทุกภาคเศรษฐกิจ ยกเว้นการนำเข้าและส่งออกด้านบริการที่ยังหดตัวสูง ในขณะที่การบริโภคและลงทุนภาครัฐขยายตัวต่อเนื่อง

มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการที่แท้จริงหดตัว -23.5%YOY ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน
  มูลค่าการส่งออกสินค้าที่แท้จริงหดตัวในอัตราที่ลดลงที่ -7.7%YOY หลังจากหดตัวสูงถึง -15.9%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงการเริ่มฟื้นตัวของภาคการส่งออก อย่างไรก็ดีการส่งออกยังหดตัวในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มยานพาหนะและชิ้นส่วนและเครื่องจักรกล
  การส่งออกภาคบริการหรือการท่องเที่ยวหดตัวสูงเร่งขึ้นที่ -73.3%YOY หลังจากหดตัว -68.0%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า จากการที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสที่ 3 โดยรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสที่ 3 หดตัว -100%YOY แต่ยังได้รับอานิสงส์จากรายรับบริการอื่น ๆ ที่ยังขยายตัวได้บ้าง

  มูลค่าการนำเข้าสินค้าและบริการที่แท้จริงหดตัวน้อยลงเล็กน้อยที่ -20.3%YOY หลังจากหดตัว -23.2%YOY ในไตรมาสที่ 2  จากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนตัว โดยการนำเข้าสินค้าหดตัว -17.0%YOY ขณะที่การนำเข้าบริการหดตัวสูงถึง -32.8%YOY จากการที่คนไทยยังไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้

  การใช้จ่ายเพื่อบริโภคภาคเอกชนหดตัวชะลอลงที่ -0.6%YOY หลังจากหดตัว -6.8%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้บางส่วน โดยการใช้จ่ายเพื่อสินค้าคงทนและกึ่งคงทนหดตัวในอัตราชะลอลงที่ -19.3%YOY และ -14.0%YOY ในขณะที่การใช้จ่ายสินค้าไม่คงทนขยายตัวที่ 2.7%YOY

  การลงทุนภาคเอกชนหดตัวน้อยลงที่ -10.7%YOY โดยเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของการลงทุนด้านเครื่องจักรเครื่องมือ (-14.0%YOY) ในขณะที่การลงทุนด้านการก่อสร้างพลิกกลับมาขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.3%YOY

  การบริโภคและการลงทุนภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2 จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณหลังได้รับการอนุมัติ โดยการใช้จ่ายของรัฐบาลขยายตัว 3.4%YOY และการลงทุนรัฐบาลขยายตัวสูงถึง 18.5%YOY

ในด้านการผลิต (Production Approach) เกือบทุกสาขาการผลิตสำคัญหดตัวน้อยลง โดยหมวดการก่อสร้าง การสื่อสาร และการเงินมีการขยายตัวต่อเนื่อง

  ภาคการเกษตรหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ในอัตราชะลอลงที่ -0.9%YOY หลังจากหดตัว -3.3%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ อาทิ ข้าวเปลือก ยางพารา และปาล์มน้ำมัน
  การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวในอัตราชะลอลงที่ -5.3%YOY หลังจากหดตัวสูงที่ -14.6%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมตามอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัว
  สาขาการขายส่งและขายปลีกหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ที่ -5.5%YOY หลังจากหดตัว -9.8%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ทำให้การผลิตสินค้าในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัว
  สาขาที่พักแรมและอาหารหดตัวชะลอลงที่ -39.6%YOY หลังจากหดตัว -50.2%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการปรับตัวที่ดีขึ้นมาจากนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก (ไทยยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2) และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ โครงการกำลังใจ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น
  สาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้าหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ที่ -23.6%YOY ตามปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่ลดลงจากการปิดน่านฟ้าและพรมแดน อย่างไรก็ดี การขนส่งในทุกหมวดมีการหดตัวที่น้อยลง
  การผลิตในบางสาขามีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยสาขาสำคัญ ได้แก่ การก่อสร้าง ซึ่งขยายตัวสูงเร่งขึ้นที่ 10.5%YOY หลังจากขยายตัว 7.4%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลปี 2020  โดยส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างในโครงการต่อเนื่อง นอกจากนี้ สาขาข้อมูลข่าวสารและการเงิน ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.1%YOY และ 1.6%YOY ตามลำดับ
 
*   Implication

  เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปี 2020 หดตัวน้อยลงหลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของการบริโภคและการลงทุนภาครัฐ โดยในไตรมาสนี้ การใช้จ่ายเอกชนไม่รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาขยายตัวถึง 3.8%YOY สะท้อนถึงอุปสงค์ในประเทศที่เริ่มมีการฟื้นตัว ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือภาครัฐที่ทยอยออกมาต่อเนื่อง

   อาทิ โครงการกำลังใจ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง  สำหรับการบริโภคและการลงทุนภาครัฐมีการขยายตัวสูงจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2020 (3.4%YOY และ 18.5%YOY ตามลำดับ) ในขณะที่ภาคการส่งออกมีการฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวต่างชาติยังซบเซาจากการที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัวสูง

  เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอลง ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฐานต่ำในปี 2019 ที่มีการจัดทำงบประมาณล่าช้า ทำให้คาดว่าการบริโภคและการลงทุนภาครัฐจะยังคงขยายตัวในระดับสูง ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยวจะยังคงซบเซาต่อเนื่อง แม้ล่าสุดจะมีมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว (มาตรการ long stay) แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

  สำหรับภาคการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าลงตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวชะลอลง รวมถึงมีการกลับมาแพร่ระบาดอีกระลอกของ COVID-19 ในหลายประเทศที่เป็นคู้ค่าสำคัญของไทย (รูปที่ 3) ทั้งนี้การหดตัวที่ -6.4%YOY ของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 นับเป็นการหดตัวที่น้อยกว่าที่ EIC เคยคาด สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าที่เคยคาดไว้เล็กน้อย โดยเฉพาะในส่วนของการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชน จึงทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2020 มีโอกาสหดตัวน้อยกว่าที่เคยคาดที่ -7.8%

  สำหรับในปี 2021 คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จากผลของแผลเป็นทางเศรษฐกิจ แต่การค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงอาจทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวสูงกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 3.5% โดยแม้รายงานข่าวเบื้องต้นของการค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพถือเป็นข่าวดีต่อการฟื้นตัวและความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลกและไทย

   แต่ผลดีในรูปของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า หลังจากมีการฉีดวัคซีนอย่างแพร่หลายซึ่งยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ทั้งนี้การฟื้นตัวในภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างช้า ๆ จากหลายปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะผลจากแผลเป็นเศรษฐกิจ (scarring effects)

  ซึ่งประกอบไปด้วย การปิดกิจการที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ ภาวะตลาดแรงงานที่เปราะบาง สะท้อนจากตัวเลขอัตราว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น และจำนวนชั่วโมงการทำงานรวมที่ลดลงมากตามจำนวนงานเต็มเวลาและงานโอทีที่หายไป โดยบางส่วนกลายเป็นงานต่ำระดับ (underemployment) รวมถึงยังมีแรงงานที่ต้องหยุดงานชั่วคราว (furloughed workers) อีกจำนวนมาก

  ซึ่งจากทั้งสองปัจจัยดังกล่าว จะส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของรายได้ของภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ ประกอบกับภาระหนี้ที่มากขึ้นจากวิกฤติ COVID-19 ในช่วงก่อนหน้า ทำให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีแนวโน้มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลทำให้การฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะเป็นไปอย่างช้า ๆ ในช่วงปีหน้า

บทวิเคราะห์จากเว็บไซต์ EIC :  https://www.scbeic.com/th/detail/product/7202

ท่านผู้นำเสนอบทวิเคราะห์

ดร. กําพล อดิเรกสมบัติ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน, Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

พนันดร อรุณีนิรมาน ตำแหน่ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส, Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

พิมพ์ชนก โฮว ตำแหน่ง นักวิเคราะห์, Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

EIC Online: http://www.scbeic.com    Line: @scbeic

เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

CR: Efinancethai