สภาคองเกรส หวังดันแพ็กเกจเยียวยาโควิดก่อนสิ้นปี แม้ยังตกลงวงเงินไม่ได้

12 พ.ย. 63 11:57 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  สมาชิกสภาคองเกรสจากรีพับลิกันและเดโมแครตมีความกระตือรือร้นที่จะผ่านร่างมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 อีกฉบับ แม้ว่าจะยังตกลงกันไม่ได้ ขณะเดียวกันก็พยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลอันเนื่องมาจากการขาดแคลนงบประมาณ

   The Wall Street Journal รายงานว่า เวลานี้สมาชิกจากทั้งสองพรรคพยายามผลักดันรายการสิ่งที่ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ และต้องการผ่านร่างกฎหมายเยียวยาอีกฉบับ หลังจากที่สมาชิกสภาและรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับการเจรจาไปจนกว่าจะผ่านพ้นวันเลือกตั้ง (3 พฤศจิกายน) ซึ่ง มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากของรีพับลิกันในวุฒิสภาเตรียมผลักดันให้เจรจาต่อ หลังจากที่ โจ ไบเดน ผู้สมัครประธานาธิบดีจากเดโมแครตเอาชนะทรัมป์ไปได้ในศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา

   แม็กคอนเนลล์ กล่าวว่า ทั้งสองพรรคยังคงตกลงกันไม่ได้ว่าแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบรอบใหม่จะต้องมีขนาดเท่าใด ขณะที่เดโมแครตต้องการให้ร่างกฎหมายนี้มีวงเงินสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่รีพับลิกันเสนอไว้ที่เพียง 6.5 แสนล้านดอลลาร์เท่านั้น

   “ดูเหมือนว่าอุปสรรคที่ขัดขวางเรามานานหลายเดือนยังคงมีอยู่ ผมไม่คิดว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเราต้องการแพ็กเกจหลักหลายล้านล้านดอลลาร์” แม็กคอนเนลล์ระบุ

   เวลานี้การประชุมรัฐสภาของสหรัฐฯ อยู่ในเซสชันที่เรียกว่า ‘Lame-duck Session’ หรือที่แปลตรงตัวว่า ‘เป็ดง่อย’ เนื่องจาก ส.ส. ทั้งหมดและ ส.ว. (ราว 1 ใน 3) กำลังจะหมดวาระดำรงตำแหน่งสมัยปัจจุบัน ดังนั้นสภาในเวลานี้จึงมักไม่ผลักดันหรืออนุมัติกฎหมายที่มีนัยสำคัญ โดยจะปล่อยเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาชุดใหม่ในการพิจารณาหรือเจรจาต่อ

   สำหรับสหรัฐฯแล้ว วิกฤตการระบาดของโควิด-19 ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่เคสผู้ติดเชื้อไวรัสยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายรัฐ ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ในการที่รัฐบาลต้องควบคุมการดำเนินงานของธุรกิจอีกครั้ง แม้ว่าทั้งทรัมป์และไบเดนจะให้คำมั่นในระหว่างการหาเสียงว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ประเทศอีกก็ตาม เพราะการทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

   อีกประเด็นที่ยังคลุมเครือก็คือทรัมป์จะดำเนินบทบาทเช่นไรในการเจรจารอบใหม่ เพราะตัวเขาในเวลานี้ปฏิเสธยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ขณะที่ทีมหาเสียงของเขากำลังยื่นฟ้องร้องในหลายรัฐเพื่อพลิกผลการเลือกตั้ง

   หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไป ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันต่างมองว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบในการเจรจารอบใหม่ โดยฝั่งเดโมแครตมีความฮึกเหิมจากชัยชนะของไบเดน ขณะที่รีพับลิกันมีความมั่นใจขึ้นจากผลการเลือกตั้งที่ดีเกินคาดในสนามเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั่วประเทศ โดยพวกเขาได้ที่นั่ง ส.ส. เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังได้ที่นั่ง ส.ว. มากกว่าเดโมเครตในเวลานี้ (49 ต่อ 48 ที่นั่ง) หลังจากที่พรรคชนะในรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 พฤศจิกายน) นอกจากนี้พวกเขายังมีโอกาสสูงที่จะคว้าที่นั่งเพิ่มในรัฐอะแลสกา โดยสองพรรคยังต้องไปแข่งแบบ Runoff เพื่อชิงอีก 2 ที่นั่งที่เหลือในรัฐจอร์เจียในเดือนมกราคมปีหน้า

 พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

ที่มา The Standard

CR:Efinancethai