UN สั่งระงับประชุมที่สนง.ใหญ่ หลังพบนักการทูต 5 รายติดโควิด

28 ต.ค. 63 14:25 Infoquest

นายสเตฟาน ดูจาริค โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติเปิดเผยว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ระงับการประชุมแบบตัวต่อตัวทั้งหมดที่สำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) เนื่องจากพบเจ้าหน้าที่ทูต 5 รายในคณะผู้แทน UN ของประเทศหนึ่งติดเชื้อโควิด-19

“เลขาธิการ UN ได้รับรายงานจากคณะผู้แทนถาวรวานนี้ว่า มีเจ้าหน้าที่ห้ารายในคณะติดเชื้อโควิด-19 โดยหน่วยบริการด้านการแพทย์ของ UN ได้เร่งติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดโดยทันทีและได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากคณะผู้แทนถาวร ส่วนการประชุมแบบตัวต่อตัวได้ถูกระงับออกไปก่อน”

นายดูจาริคกล่าวในการแถลงข่าวเที่ยงประจำวัน

ทั้งนี้ นายดูจาริคไม่ขอเปิดเผยชื่อประเทศของคณะผู้แทนที่ติดเชื้อโควิดดังกล่าว ขณะที่สื่อรายงานก่อนหน้านี้ว่า นักการทูตทั้ง 5 รายที่ติดเชื้อนั้นมาจากประเทศไนเจอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ประเทศ ซึ่งเข้าร่วมประชุมแบบพบปะกันล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นักการทูตระบุว่า ผู้ที่เข้าร่วมประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว ส่วนการประชุมเรื่องซีเรียซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นเมื่อวานนี้ได้เปลี่ยนไปจัดทางออนไลน์แทน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายดูจาริคเปิดเผยว่า มีการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าสู่อาคาร UN ที่สำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก 1,300-1,400 ครั้งในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการตรวจหาเชื้อราว 11,000 ครั้งก่อนที่จะมีคำสั่งให้ทำงานจากที่บ้านเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์