เคาะเปิดรับต่างชาติ-นักธุรกิจเอเปค รอคิวนับแสนราย รอเข้าไทย สมาคมโรงแรมมั่นใจมาตรการป้องกันโควิด

วันที่ 29 กันยายน 2563 – 07:48 น. มติชน

เคาะเปิดรับต่างชาติ-นักธุรกิจเอเปครอคิวนับแสนราย รอเข้าไทย สมาคมโรงแรมมั่นใจมาตรการป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19

เมื่อวันที่ 29 กันยายน สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่กระทบเศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบอย่างมาในด้านการท่องเที่ยว ล่าสุด นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวย ศบค.เป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 กันยายน ถึงการผ่อนปรนมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ว่า ศบค.ชุดเล็กประชุมหารือกันไปแล้ว จึงแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ คือ การอนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 นักกีฬาต่างชาติ เข้าไทยร่วมแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดขึ้นในวันที่ 6-16 ตุลาคม ในพื้นที่เริ่มต้น จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.ระนอง และสิ้นสุดที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะมีการกักกันโรค 14 วัน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีการกักตัวนักกีฬาก่อนหน้านี้แล้ว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 แนวทางปฏิบัติการกักตัวนักบินและลูกเรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเที่ยวบินพิเศษขากลับประเทศ (Repatriation Flight) ซึ่งนักบินและลูกเรือประมาณ 340 ราย จะเข้าสถานกักกันโรคในประเทศไทย เนื่องจากได้ทำการบินในสหรัฐอเมริกา โดย ศบค.ชุดใหญ่ อนุมัติและรับทราบหลักการ โดยให้มีการดูแลบุคคลสัญชาติไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินพิเศษและสามารถเข้าสถานกักกันโรคของรัฐแทน เพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่รัฐ

รับต่างชาติทั้งชั่วคราว-ลองสเตย์

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ถือวีซ่า ประเภทอยู่ชั่วคราว (Non Immigrant Visa) ประเภทต่างๆ เดินทางเข้าราชอาณาจักร หรือนักธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เพื่อเอื้อประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่จะต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนติดต่อกัน ในจำนวนเทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท และดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของราชการอย่างเคร่งครัด

โฆษก ศบค.กล่าวว่า กลุ่มที่ 4 กำหนดเงื่อนไขผู้ขอวีซ่าแบบลองสเตย์ ตามที่ ครม.เห็นชอบในหลักการไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้ที่จะเข้ามาจะต้องหนังสือตรวจลงตราประเภทนักเที่ยวกลุ่มพิเศษ (Special Tourist Visa : STV) ซึ่งปัจจุบันมีการลงตราประเภทนี้อยู่แล้ว โดยนายกฯมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเงื่อนไข โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ

นักธุรกิจเอเปคนับแสนสนมาไทย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กลุ่มที่ 5 อนุญาตให้ผู้ถือบัตรเอเปคการ์ด (APEC Business Travel Card) กลุ่มประเทศเอเปค ที่เป็นนักธุรกิจที่ได้รับการยอมรับใน 18 ประเทศต้นทางนับแสนรายที่ต้องการเดินทางเข้าไทย เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเลือกประเทศความเสี่ยงต่ำ เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เป็นต้น และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค และ กลุ่มที่ 6 อนุญาตให้ผู้ประสงค์จะพำนักในประเทศไทยระยะสั้นและยาว เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในระยะเวลา 60 วัน สามารถขอต่อได้อีก 30 วัน แต่จะต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนติดต่อกัน ในจำนวนเทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท

จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ จึงต้องมีมาตรการผ่อนคลายขึ้น ที่ผ่านมา ศบค.ผ่อนปรนมาตรการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เช่น นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในระยะยาว และกลุ่มนักกีฬา แต่ต้องทำตามมาตรการควบคุมในสถานกักกันโรค 14 วันที่ได้รับความเชื่อมั่น มีผู้เข้าพักร่วม 1 แสนราย ติดเชื้อราว 600 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.6 โดยผู้ที่จะเดินทางเข้ามาก็ยอมรับได้กับมาตรการกักกันโรค 14 วัน แต่จะมีบางกลุ่มเดินทางเข้ามาระยะสั้น จึงต้องมีมาตรการต่างๆ ในการผ่อนปรนออกมาŽ นพ.ทวีศิลป์กล่าว

รร.พร้อมให้บริการนทท.ต่างชาติ

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า แนวคิดการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบจำกัด ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมที่เป็นสมาชิกภายใต้สมาคม มีการเตรียมความพร้อมในการกลับมาเปิดให้บริการชาวต่างชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะการเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย ผ่านขั้นตอนการปฏิบัติตามมาตรฐานในด้านสาธารณสุข โดยภาคเอกชนได้หารือร่วมกันและเชื่อว่า การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนำร่อง จำนวน 300 คน ที่จะเดินทางเข้ามาภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี หลังจากที่ประเทศไทยไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเลยตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน รวมถึงยังได้ยินข่าวว่า เริ่มมีสายการบินทำการเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้นแล้ว จึงเชื่อว่าหากการเริ่มต้นทำได้ดี การขยายเพิ่มจากช่วงนำร่อง น่าจะทำได้ไม่ยากนัก

“การเปิดรับต่างชาติเข้ามา นอกจากผู้ประกอบการโรงแรมจะได้รับอานิสงส์ในเชิงบวกแล้ว อุตสาหกรรมในภาคการท่องเที่ยวที่รองรับและให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังได้อานิสงส์เชิงบวกเกี่ยวเนื่องกันด้วย แต่การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็เข้าใจว่าจะต้องเน้นย้ำในการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการกลับมาระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ซ้ำอีกรอบ ซึ่งตรงนี้ยืนยันว่าภาคเอกชนมีความพร้อมปฏิบัติตามอย่างเต็มที่แน่นอน รวมถึงยังมีโรงแรมที่พร้อมเข้าร่วมโรงแรมใช้เป็นที่กักตัวของภาครัฐทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในรูปแบบของเอเอสคิว และเอแอลเอสคิวอีกค่อนข้างมาก ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสมัครเข้าร่วม และการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป”Ž นางมาริสากล่าว

CR: มติชน