เอดีบี ชี้โควิดทำศก.เอเชีย-แปซิฟิกหดตัวครั้งแรกในรอบ 60 ปี

วันที่ 15 กันยายน 2563 – 13:23 น. มติชน

(แฟ้มภาพ) AFP

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจะเป็นในลักษณะของเครื่องหมายถูก (Swoosh-Shaped) แต่หากยังคงมีการบังคับใช้มาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคต่อไปก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคได้

ทั้งนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบเครื่องหมายถูก คือมีการไถลตัวลงอย่างรวดเร็ว และค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามมาตรการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ การค้าการเดินทางระหว่างประเทศยังทำได้จำกัด โดยการฟื้นตัวช้าเร็วเพียงใดขึ้นกับความสามารถในการควบคุมโรคระบาดและการผลิตวัคซีน

เอดีบีคาดว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจในเอเชีย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เกาะคุกในแปซิฟิกไปจนถึงคาซักสถานในเอเชียกลางจะหดตัวลงในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการหดตัวลงครั้งแรกในรอบ 6 ทศวรรษ ส่งผลให้ผู้คนหลายสิบล้านคนต้องตกอยู่ในสถานะยากจน

เอดีบีประเมินว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศต่างๆ จะลดลง 0.7% มากกว่าการประเมินครั้งก่อนในเดือนมิถุนายนว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 0.1% และนับเป็นการถดถอยของเศรษฐกิจในภูมิภาคครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960

แม้เอดีบีจะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิกส่วนใหญ่จะฟื้นตัวในปีหน้า โดยคาดว่าจีดีพีจะเติบโตราว 6.8% แต่ก็ยังน้อยกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมาก

เอดีบีระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นแบบเครื่องหมายถูก หรือไม่ก็เป็นแบบตัว L ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจหดตัวยาวนานและไร้สัญญานการฟื้นตัว มากกว่าแบบตัว V หรือเศรษฐกิจลงเร็วฟื้นตัวเร็ว แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นกับความยาวนานของการแพร่ระบาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลต่อการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าว

เอดีบีเตือนด้วยว่าการบังคับใช้มาตรการคุมเข้มครั้งใหม่จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัว และยิ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายทางเศรษฐกิจตามมา แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียส่วนใหญ่จะมีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้เร็ว แต่การออกนโยบายของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจ ก็มีส่วนสำคัญยิ่งที่จะช่วยให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

จีน ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่รอดพ้นของสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ หลังจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไว้ได้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตขึ้น 1.8% ในปีนี้ และ 7.7% ในปีหน้า

ด้านอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีผู้ติดเชื้อทะลุ 4.9 ล้านคน เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะหดตัว 9% ในปีนี้ ก่อนที่จะกลับมาขยายตัว 8% ในปีหน้า

“หนทางและความรวดเร็วของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก ขึ้นกับปัจจัยที่แตกต่างกันจำนวนมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการควบคุมและจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19”เอดีบีระบุ

รายงานของเอดีบีชี้ด้วยว่า การหดตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคในปีนี้จะทำให้จำนวนคนยากจนในเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 78 ล้านคน ทำให้การลดจำนวนคนยากจนในภูมิภาคถอยหลังลงไปราว 3-4 ปี

ด้านภาวะเงินเฟ้อไม่น่าจะเป็นปัญหา เนื่องจากความต้องการในการบริโภคสินค้ายังคงลดลง บวกกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ กระนั้นก็ดีแม้การส่งออกจะหดตัวลงแต่ก็ยังดีกว่าอีกหลายภูมิภาคของโลก เนื่องจากความต้องการเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

CR:มติชน