ออกซฟอร์ดกลับมาทดสอบวัคซีนป้องกัน โควิดในอังกฤษ

อาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 08.05 น. เดลินิวส์

มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และบริษัทแอสตราเซเนกากลับมาทดสอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลังต้องระงับเพราะมีอาสาสมัครป่วย แต่เดินหน้าโครงการเฉพาะในสหราชอาณาจักรก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ว่าบริษัทแอสตราเซเนกา ผู้ผลิตยาและเภสัชภัณฑ์ของสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังร่วมพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ร่วมกับสถาบันไวรัสวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ที่ตอนนี้มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า  “ChAdOx1 nCoV-19” หรือ “AZD1222” ประกาศเมื่อวันเสาร์ กลับมาเดินหน้าโครงการทดสอบประสิทธิภาพทางคลินิกของวัคซีนดังกล่าว ซึ่งตอนนี้อยู่ในระยะที่สาม เป็นการทดสอบในวงกว้างกับกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก และมีความหลากหลาย

  ทั้งนี้ แอสตราเซเนกาชี้แจงว่า นับตั้งแต่ระงับการทดสอบวัคซีนเมื่อ 4 วันก่อนหน้านั้น เหตุจากหนึ่งในอาสาสมัคร “ล้มป่วยหนักอย่างฉับพลันโดยยังไม่ทราบสาเหตุ” มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและแอสตราเซเนกาได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยคณะผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก และเสนอให้สำนักงานตรวจสอบยาและสาธารณสุขแห่งชาติ ( เอ็มเอชอาร์เอ ) พิจารณาเป็นขั้นสุดท้าย ซึ่งการทดสอบจะกลับมาเดินหน้าต่อในสหราชอาณาจักรก่อน โดยยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าการทดสอบในประเทศอื่นจะเริ่มอีกครั้งเมื่อใด

ขณะเดียวกัน แอสตราเซเนกาและออกซฟอร์ดปฏิเสธให้ข้อมูล เกี่ยวกับอาการป่วยของผู้เข้ารับการทดสอบที่ส่งผลให้ถึงขั้นต้องมีการระงับทั้งโครงการ แต่รายงานบางกระแสระบุว่า เป็นภาวะไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน

ปัจจุบันวัคซีนของแอสตราเซเนกาและออกซฟอร์ดเป็นหนึ่งในวัคซีนประมาณ 10 ชนิดบนโลก ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการทดสอบระยะที่สาม โดยองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) มองว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกาและออกซฟอร์ด “มีความหวังมากที่สุด” ในเวลานี้.

เครดิตภาพ : AP

CR:เดลินิวส์