“พาวเวล” ชี้ใส่หน้ากาก-เว้นระยะห่าง ช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐโตได้

Infoquest

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การใส่หน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม อาจจะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

นายพาวเวลกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว National Public Radio (NPR) เมื่อวันศุกร์ว่า “เพื่อให้สหรัฐกลับไปมีการจ้างงานอย่างเต็มที่ เราจำเป็นจะต้องควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำได้ในขณะที่เรายังไม่มีวัคซีนนั้นได้แก่ การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม”

“จะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลอย่างแท้จริง หากประชาชนทั่วประเทศสวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคม” นายพาวเวลกล่าว

นอกจากนี้ นายพาวเวลยังระบุด้วยว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไปเป็นระยะเวลานานเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายพาวเวลแสดงความเห็นดังกล่าว หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.255 ล้านตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่หยุดชะงักไปจากผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจ้างงานเดือนส.ค.ชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 1.73 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. และลดลงอย่างมากจากที่เพิ่มขึ้น 4.79 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.

ส่วนอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ลดลงสู่ระดับ 8.4% จากระดับ 10.2% ในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 9.8% โดยนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่อัตราว่างงานของสหรัฐอยู่ต่ำกว่าระดับ 10%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์