แจกแล้ว ‘หน้ากากซีพี’ 8 ล้านชิ้น ครอบคลุม รพ. 1 พันแห่ง ‘เนลสัน แล็ป’ สหรัฐฯ การันตีคุณภาพ

วันที่ 3 กันยายน 2563 – 16:34 น. มติชน

แจกแล้ว ‘หน้ากากซีพี’ 8 ล้านชิ้น ครอบคลุม รพ. 1 พันแห่ง ‘เนลสัน แล็ป’ สหรัฐฯ การันตีคุณภาพ

นายภูมิชัย ตรัยดลานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีพี โซเชียลอิมแพ็ค จำกัด ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยซีพี เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการหน้ากากซีพีเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล และประชาชนทั่วไป ภายใต้การดำเนินงานในรูปวิสาหกิจเพื่อสังคมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่นำกำไรมอบให้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยฟรีแก่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง ไปแล้วเป็นจำนวนประมาณ 8 ล้านชิ้น โดยมีจำนวนโรงพยาบาล องค์กรการกุศล และภาคประชาชนได้รับไปแล้วกว่า 1,000 แห่ง

ทั้งนี้หน้ากากอนามัยที่ผลิตเป็นหน้ากากอนามัยที่เรียกว่า Surgical Mask จัดอยู่ในกลุ่มของอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์จึงมั่นใจได้เต็มที่ในการใช้ป้องกันโรคโควิด-19 และล่าสุด Nelson Labs องค์กรมาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์จากสหรัฐอเมริกาได้รับรองคุณภาพมาตรฐานหน้ากากอนามัยซีพี ตอกย้ำความมั่นใจในการใช้ป้องกันโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้แผ่นกรองของหน้ากากอนามัยซีพีได้ผ่านการทดสอบจาก Nelson Labs ในการกรองอนุภาคขนาดเล็ก Particle Filtration Efficiency (PFE) โดยสามารถกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอนได้ 99.9% และมีประสิทธิภาพในการกรองแบคทีเรีย (Bacterial Filtration Efficiency, BFE) มากกว่า 99% จึงมั่นใจได้ว่าหน้ากากอนามัยซีพีมีคุณภาพและได้มาตรฐานในระดับสูงรายหนึ่งของเมืองไทย

สำหรับหน้ากากอนามัยซีพีนั้น ประกอบด้วย 3 ชั้น คือ ชั้นแรก เป็นนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (สีเขียว) เคลือบสารไฮโดรโฟบิก ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ ส่วนชั้นต่อมา เป็นนอนวูฟเวนชนิดเมลต์โบลวน์ (สีขาว) ใช้ป้องกันเชื้อโรค และชั้นสุดท้าย เป็นนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (สีขาว) โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตล้วนมีคุณภาพได้มาตรฐาน อาทิ นอนวูฟเวนชนิดเมลต์โบลวน์ (meltblown nonwoven) ซึ่งเป็นแผ่นป้องกันเชื้อโรค ได้คัดเลือกวัตถุดิบเกรด A ที่ได้มาตรฐานระดับโลก จากบริษัทที่มีใบรับรองคุณภาพจาก Nelson Labs ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในส่วนของโรงงานหน้ากากอนามัยนั้นให้ความสำคัญและมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการผลิตตั้งแต่การออกแบบห้องคลีน รูม Class 10000 โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตและเชื่อมต่อกับระบบเอไอเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพการผลิตและการบรรจุ ซึ่งในทุกขั้นตอนเชื่อมต่อเป็นระบบอัตโนมัติและใช้กำลังคนน้อยที่สุดเพื่อให้หน้ากากอนามัยที่ผลิตปลอดเชื้อเป็นไปตามมาตรฐานสากล

CR: มติชน