ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดศก.ไทยปีนี้ติดลบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 6%

18 ส.ค. 63 9:19: น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2563 หดตัวที่  -12.2% YoY ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดที่ -13.0% ถึง -17.0% YoY เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่พลิกกลับมาขยายตัวในไตรมาส 2/2563 ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน ในโครงการ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ ที่มีการจ่ายเงินในช่วงไตรมาส 2/2563

  ขณะที่อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ในไตรมาส 2/2563 ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำและงบประมาณรายจ่ายลงทุนก็สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวได้ดี ส่งผลให้ภาคก่อสร้างยังคงขยายตัวได้ในไตรมาส 2/2563 ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะหดตัวลึกสุดในไตรมาส 2/2563 และทยอยหดตัวน้อยลงในช่วงที่เหลือของปี

  อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ประกอบกับมีแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินในเบื้องต้น เศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะหดตัวมากกว่าคาดการณ์ที่ -6.0% YoY โดยมีประเด็นติดตาม ดังนี้

  - ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้ายังคงมีความเสี่ยงสูง ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ประเด็นทางการเมืองในสหรัฐฯ ก็มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งจะต้องคอยติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

  ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังไม่สามารถควบคุมได้ โดยหลายประเทศเจอการระบาดซ้ำที่รุนแรงกว่ารอบแรก เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย ในขณะที่สหรัฐฯ ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศได้

  ขณะที่การพัฒนาวัคซีนแม้ว่าจะมีความคืบหน้าไปบ้าง แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงและคาดว่าจะใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะสามารถผลิตออกมาใช้อย่างกว้างขวางได้ ส่งผลต่อความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีมีแนวโน้มล่าช้าออกไปจากปีนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะมีผลกลับมายังการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่เปราะบางอยู่แล้วให้หดตัวลงมากกว่าที่ประเมิน

  - ค่าเงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าตามแนวโน้มการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความเสี่ยงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าจะยังคงกดดันภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยต่อไปในระยะข้างหน้า

  - ประเด็นทางการเมืองในประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนและเป็นประเด็นที่ต้องคอยติดตาม

  อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนดังกล่าว ภาครัฐจะมีมาตรการดูแลเศรษฐกิจต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังคงอ่อนแรง โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จะมีการแถลงข่าวในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเน้นที่จะช่วยสนับสนุนการจ้างงาน และช่วยดูแลผู้ประกอบการ SME และผู้ประกอบการรายเล็ก (Micro SME) เป็นหลัก

  ซึ่งทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย จะคอยติดตามมาตรการที่จะออกมาเพื่อนำไปประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะมีการปรับประมาณการใหม่

เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

CR:Efinancethai