สธ.ย้ำ “ต่างชาติ” เข้าไทยต้องปลอดเชื้อโควิด-19 เรียกความเชื่อมั่นใช้โรงแรมกักตัวมีมาตรฐาน

วันที่ 4 สิงหาคม 2563 – 16:24 น. มติชน

แฟ้มภาพ

กรณีที่กำลังพลทหารสหรัฐอเมริกาเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อทำการฝึกร่วมผสมรหัส “หนุมานการ์เดียน” จำนวน 110 ราย โดยเข้าพักในสถานกักกันโรคทางเลือก (Alternative State Quarantine) ที่เป็นโรงแรมใจกลางกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลใจในมาตรการกักกันตัวเหล่าพลทหารฯ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 นั้น

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจระบบสาธารณสุขและระบบราชการในสถานกักกันโรค ซึ่งแม้จะเป็นการเข้าพักแบบโรงแรมทางเลือก แต่มาตรฐานมีความเหมือนกับสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine) ทุกประการ โดยทางโรงแรมจะต้องมีมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคตามที่ราชการกำหนด และจะต้องมีโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน เป็นสถานบริการรองรับเพื่อดูแลผู้เข้ากักกัน หากกรณีเกิดตรวจพบเชื้อก็จะสามารถส่งตัวเข้ารักษาใน รพ.ได้ทันที

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ในส่วนของสถานกักกันโรคทางเลือก ใช้สำหรับกักกันโรค 2 กลุ่ม คือ 1.คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 2.ชาวต่างชาติที่เข้ามาภายใต้เงื่อนไขที่ศูนย์บริการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส2019 (โควิด-19)(ศบค.) กำหนด ในกรณีกำลังพลทหารดังกล่าวจะมีหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบคือ ฝ่ายกลาโหม ดังนั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่จากกลาโหมเข้ามาดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ รพ.เอกชนที่รองรับ โดยสำคัญคือ ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้จะต้องได้รับการตรวจหาเชื้อจากต้นทางก่อนว่าปลอดเชื้อโควิด-19 เมื่อเข้าพักในสถานกักกันโรคฯ ก็จะต้องตรวจหาเชื้อเป็นระยะอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อความมั่นใจ และต้องอยู่ให้ครบอย่างน้อย 14 วัน ก่อนออกไปนอกพื้นที่

“หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถถามไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลได้ และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าโรงแรมที่เป็นสถานกักกันโรคทางเลือก มีมาตรการเดียวกับสถานกักกันโรคของรัฐที่เราได้ดำเนินการมาแล้ว” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

CR:มติชน