ทั่วโลกป่วยโควิดอีกเกือบ 3 แสนคน ทุบสถิติครั้งใหม่

เสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563 เวลา 07.45 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกรายงานสถิติเกี่ยวกับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยืนยันผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 292,527 คน ทำลายสถิติอีก และเตือนว่าผลกระทบจากวิกฤติสาธารณสุขครั้งนี้ “ยาวนานอีกหลายสิบปี”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่านพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่บนโลก นับตั้งแต่มีการยืนยันผู้ป่วยคนแรกอย่างเป็นทางการที่จีน เมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว ว่าสถิติผู้ป่วยใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด จนถึงเวลา 18.34 น. ของเขตเวลามาตรฐานยุโรปกลาง ( 23.34 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) มีจำนวน 292,527 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ ทำลายสถิติ 284,196 คน ของวันที่ 25 ก.ค.

ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันตามการรวบรวมข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอนั้น อยู่ที่ 6,812 คน พบมากที่สุดในสหรัฐ บราซิล อินเดีย และแอฟริกาใต้ เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมทั่วโลกจากโรคโควิด-19 เป็นอย่างน้อย 668,910 คน จากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 17,106,007 คน

ทั้งนี้ นอกจากประเทศข้างต้นซึ่งเป็น “กลุ่มหัวตาราง” ของสถิติผู้ป่วยและและผู้เสียชีวิตแล้ว ดับเบิลยูเอชโอยังได้รับรายงานว่าในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดมีเกือบ 40 ประเทศและดินแดน ยืนยันผู้ป่วยรายวันมากที่สุดเป็นสถิติใหม่ รวมถึงออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น โบลิเวีย เอธิโอเปีย ซูดาน บัลแกเรีย เบลเยียม อุซเบกิสถาน เวียดนาม และฮ่องกง

So far, WHO has declared a Public Health Emergency of International Concern 6 times:

2009 H1N1
2014 Polio
2014 Ebola in West Africa
2016 Zika
2019 Ebola in the Democratic Republic of the Congo
2020 (January) #COVID19 https://t.co/tpIR8YQBDT — World Health Organization (WHO) (@WHO) July 31, 2020

อนึ่ง นพ.เทดรอสกล่าวถึงวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ว่า “เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต” และผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวจะสืบเนื่องไปอีก “นานหลายทศวรรษ” และมีความเป็นไปได้สูงมากว่าดับเบิลยูเอชโอจะต่อเวลาการประกาศให้วิกฤติโรคโควิด-19 “เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” ต่ออีกอย่างน้อย 6 เดือน หลังประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ที่ดับเบิลยูเอชโอประกาศภาวะดังกล่าว

ต่อจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก เมื่อปี 2552 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา ระหว่างปี 2556-2559 สถานการณ์โรคโปลิโอ เมื่อปี 2557 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา เมื่อปี 2559 และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยตองโก ( ดีอาร์คองโก ) เมื่อปี 2562.

เครดิตภาพ : AP

CR:เดลินิวส์