โควิด-19 : หลายพื้นที่ในเอเชียยกระดับควบคุมไวรัส หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

Jul 14, 2020( Last update Jul 14, 2020 20:04 )VoiceTV

หลายประเทศในเอเชียยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น

เอเชียถือเป็นภูมิภาคแรกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 หลังพบการระบาดของโรคนี้เป็นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปีที่แล้ว หลายประเทศพยายามเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้งหลังได้รับเสียงชื่นชมจากการตอบสนองต่อการระบาดของไวรัสในช่วงแรก แต่การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำให้หลายพื้นที่ต้องยกระดับมาตรการควบคุมเข้มงวดอีกครั้ง

ฮ่องกง

ฮ่องกงเพิ่มมาตรการเว้นระยะทางสังคมหลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 50 รายติดต่อกัน 2 วัน โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ทางการฮ่องกงระบุว่าพบผู้ติดเชื้อภายในชุมชน 41 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุดในฮ่องกงอยู่ที่ 1,570 ราย และเสียชีวิต 8 ราย

รัฐบาลฮ่องกงระบุว่า การพบผู้ติดเชื้อในท้องถิ่นเมื่อเร็วๆ นี้โดยที่ไม่รู้แหล่งที่มาของการติดเชื้อเป็นการชี้ว่าการแพร่เชื้อที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในชุมชนยังคงมีอยู่ ซึ่งภายใต้มาตรการควบคุมที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 15 ก.ค. นี้ จำกัดไม่ให้คนนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกันในร้านเกินกว่า 4 คนต่อโต๊ะ กำหนดให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่บนรถโดยสารสาธารณะ ผู้ที่ละเมิดคำสั่งจะต้องถูกปรับ 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกง บาร์และสถานที่อีก 12 ประเภท รวมถึงสวนสนุกโอเชียนพาร์กและฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จะปิดให้บริหาร นอกจากนี้ ยังมีการใช้กฎห้ามชุมนุมในที่สาธารณะเกิน 4 คน อีกครั้ง

กรุงโตเกียว

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกรุงโตเกียวพยายามติดตามตัวผู้ชมกว่า 800 คน ที่เข้าไปยังโรงละครแห่งหนึ่งในย่านชินจูกุ หลังพบนักแสดงคนหนึ่งติดเชื้อเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมาและหลังจากนั้นก็ตรวจพบผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องอีก 20 ราย โดยทางการขอให้ผู้ที่เข้าชมละครเวทีดังกล่าวเข้ารับการตรวจหาเชื้อ

ถึงแม้กรุงโตเกียวจะพยายามควบคุมการระบาดของไวรัส แต่ขณะเดียวกันก็เดินหน้าเปิดเส้นทางเข้าและออกจากเมือง โดยสนามบินนาริตะซึ่งเป็นหนึ่งในสองสนามบินหลักของเมืองหลวงญี่ปุ่นมีแผนจะเปิดรันเวย์เส้นที่ 2 ก่อนช่วงวันหยุดราชการในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ ผู้ว่าการกรุงโตเกียวระบุพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 143 ราย ถือเป็นวันที่ 2 ที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงน้อยกว่า 150 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในกรุงโตเกียวอยู่ที่ 8,189 ราย คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่กว่า 22,000 ราย

อินเดีย

เมืองศูนย์กลางไอทีของอินเดียอย่างบังคาลอร์เริ่มมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่เป็นเวลา 1 สัปดาห์วันนี้ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นหลังการคลายมาตรการห้ามต่างๆ โดยจากวันที่ 19 มิ.ย. ที่มีผู้ติดเชื้อประมาณ 1,000 ราย ตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อในบังคาลอร์เพิ่มเป็นเกือบ 20,000 ราย

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า การเดินทางเคลื่อนย้ายของผู้คนหลังยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศในเดือนมิ.ย. มีส่วนทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่วนเมืองใหญ่อีกหลายเมืองที่รวมถึงเมืองปูเน่และออรังคาบัดก็ได้กลับมาใช้มาตรการควบคุมอีกครั้งเช่นกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เว็บไซต์ worldometers รายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุดในอินเดียอยู่ที่ 910,174 ราย มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และบราซิล

ฟิลิปปินส์

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์รายงานพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 162 ราย ถือเป็นยอดผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 2,124 ราย

ทางการฟิลิปปินส์สั่งล็อกดาวน์เขตเมโทรมะนิลาอีกครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 หรือ 16 ก.ค. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ประมาณ 250,000 คน โดยผู้พักอาศัยในพื้นที่จะได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงาน แต่ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้ง ร้านค้าและธุรกิจต่างๆ ยังเปิดทำการได้ แต่ร้านอาหารต้องขายแบบสั่งกลับบ้านเท่านั้น

อินโดนีเซีย

ประธานาธิบดี ‘โจโก วิโดโด’ ของอินโดนีเซียต่อต้านแรงกดดันให้ประกาศล็อกดาวน์เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้ว่าการกรุงจาการ์ตากำลังพิจารณาว่าจะบังคับใช้มาตรการห้ามต่างๆ ที่ได้ผ่อนคลายไปก่อนหน้านี้อีกครั้งหรือไม่ หลังยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมืองของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 281 ราย ทำให้จนถึงตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในกรุงจาการ์ตาอยู่ที่ 14,797 ราย และเสียชีวิตแล้ว 697 ราย  

ทั้งนี้ ผู้นำอินโดนีเซียต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เป็น 30,000 รายต่อวัน ในขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศทะลุ 78,000 รายแล้ว โดยเน้นเพิ่มการตรวจ ติดตามผู้สัมผัสเชื้อและการรักษาใน 8 พื้นที่ รวมถึงกรุงจาการ์ตา จังหวัดชวาตะวันตกและตะวันออกที่อยู่ใกล้เคียง  

ออสเตรเลีย

ออสเตรเลียสามารถป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งสูงจากการใช้มาตรการควบคุมที่รวดเร็วและเข้มงวด แต่การพบกรณีการแพร่เชื้อในชุมชนที่เพิ่มขึ้นในรัฐวิกตอเรียและจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ก็สร้างความกังวลให้กับทางการ โดยล่าสุด รัฐเซาท์ออสเตรเลียได้ยกเลิกแผนเปิดพรมแดนของตัวเองที่ติดกับรัฐนิวเซาท์เวลส์ในวันที่ 20 ก.ค. แล้ว ขณะที่รัฐควีนส์แลนด์ได้ออกคำสั่งกักตัว 14 วัน ผู้ที่ได้เดินทางไปยัง 2 พื้นที่ในย่านชานเมืองตะวันตกของนครซิดนีย์

ส่วนรัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งมีผู้ติดเชื้อหลายรายเกี่ยวเชื่อมโยงกับการระบาดในรัฐวิกตอเรีย ทางการระบุว่าจะจำกัดจำนวนคนในผับไม่ให้เกิน 300 คน โดยชี้ว่ากิจกรรมภายในอาคารซึ่งคนไม่ได้นั่งโต๊ะนั้นมีความเสี่ยงอย่างมาก เพราะเพิ่มโอกาสในการแพร่เชื้อ ส่วนเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอย่างเมืองเมลเบิร์นก็อยู่ในระหว่างการล็อกดาวน์เป็นสัปดาห์ที่ 2 จากคำสั่งล็อกดาวน์ 6 สัปดาห์  

อ้างอิง The Straits Times / SCMP / Reuters

CR:VoiceTV