องค์กรการแพทย์สหรัฐเรียกร้องประชาชนสวมแมสก์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.10 น. เดลินิวส์

สมาคมแพทย์ พยาบาลและโรงพยาบาลในสหรัฐออกแถลงการณ์ร่วมกัน เรียกร้องชาวอเมริกัน “เพิ่มความจริงจัง” กับการสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่าง เพื่อลดอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่าสมาคมการแพทย์อเมริกัน ( เอเอ็มเอ ) สมาคมพยาบาลอเมริกัน ( เอเอ็นเอ ) และสมาคมโรงพยาบาลอเมริกัน ( เอเอชเอ ) เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันจันทร์ ขอให้ประชาชนในประเทศเพิ่มความจริงจังกับแนวทาปงฏิบัติด้านสาธารณสุข เพื่อชะลออัตราการติดเชื้อและลดความเสี่ยงจากการติดและการแพร่โรคโควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และการรักษาระยะห่างทางสังคม ที่หลายฝ่ายหย่อนยานมากขึ้น นับตั้งแต่มีการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ท่าทีของกลุ่มองค์กรด้านสาธารณสุขใหญ่ที่สุดของสหรัฐเกิดขึ้นในขณะที่อย่างน้อย 41 จาก 50 รัฐในสหรัฐ และกรุงวอชิงตัน มีอัตราการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มรัฐทางตะวันตกและทางใต้ ซึ่งแอริโซนากลายเป็นรัฐที่มีอัตราการติดเชื้อต่อหัวประชากรมากที่สุดในประเทศ คือ 13.4% ขณะที่อัตราเฉลี่ยของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต่อหัวประชากรในสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 9% ซึ่งยังสูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) อย่างมาก ที่ระบุว่าไม่ควรสูงกว่า 5%

ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยสะสมในรัฐแอริโซนาตอนนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 100,000 คน  จากจำนวนดังกล่าวประมาณ 60% เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 44 ปี  ในขณะที่ความจุของเตียงรับผู้ป่วยในรัฐแอริโซนาอยู่ที่ 89% ของความจุทั้งหมด ด้านรัฐเทกซัสที่อยู่ใกล้เคียงเผชิญกับสถานการณ์ไม่ต่างกัน เคือเตียงผู้ป่วยใกล้เต็มความจุแล้ว นายสตีฟ แอดเลอร์ นายกเทศมนตรีเมืองออสติน และนายซิลเวสเตอร์ เทอร์เนอร์ นายกเทศมนตรีเมืองฮิสวตัน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของรัฐเทกซัส เรียกร้องนายเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัส กลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์.

เครดิตภาพ : AP

CR: เดลินิวส์