อาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 เวลา 15.12 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่าง “โรคคาวาซากิ” กับ “โรคโควิด-19” เพียงไม่นานหลังรัฐบาลสหรัฐมีคำเตือน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ว่านพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าได้รับรายงานมากขึ้นจากสหรัฐและอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป เกี่ยวกับการพบผู้ป่วยเด็กที่มีอาการของระบบอวัยวะอักเสบ ไม่ว่จะเป็นผื่นแดงตามร่างกาย ตาแดง มีไข้สูง มือและเท้าบวมหรือถึงขั้นผิวหนังลอกและแตก และต่อมน้ำเหลืองโต
ทั้งนี้ กลุ่มอาการดังกล่าวเป็นภาวะอักเสบขอหลอดเลือดแดงในอวัยวะที่เรียกกันว่าโรคคาวาซากิตามชื่อของนพ.โทมิซากุ คาวาซากิ ชาวญี่ปุ่นซึ่งค้นพบโรคนี้ อย่างไรก็ตาม การพบเด็กจำนวนไม่น้อยเริ่มป่วยด้วยโรคคาวาซากิมากขึ้น ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ดับเบิลยูเอชโอเกิดสมมติฐานว่าทั้งสองโรค “อาจมีความเชื่อมโยงกัน” เนื่องจากผลตรวจเบื้องต้นของผู้ป่วยโรคคาวาซากิจำนวนหนึ่ง พบการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วย
อนึ่ง นพ.เทดรอสกล่าวว่าในระหว่างที่ดับเบิลยูเอชโอกำลังตรวจสอบข้อมูลมากกว่านี้ ได้มีการแจ้งเตือนไปยังเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วโลกให้สังเกตการณ์อาการของผู้ป่วยเด็กที่เข้าโรงพยาบาลในระยะนี้อย่างละเอียดแล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของดับเบิลยูเอชโอเกิดขึ้นภายในเวลาไม่นาน หลังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ ( ซีดีซี ) เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับ “โรคติดเชื้อลุกลามในเด็กที่อาาจมีความเชื่อมโยงกับโควิด-19” ซึ่งอาจถึงขั้นทำให้เกิดภาวะหัวใจอักเสบ โดยซีดีซีให้แพทย์และผู้ปกครองสังเกตอาการป่วยของผู้มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ว่าหากมีไข้สูง และสัญญาณบ่งชี้การอักเสบของอวัยวะใดก็ตาม ให้รับนำตัวบุตรหลานส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลให้ระบบอวัยวะภายในล้มเหลว.
เครดิตภาพ : AFP
CR: เดลินิวส์
