อังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.30 น. เดลินิวส์

เทศบาลกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 70% เพียงวันเดียวหลังมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ขั้นแรก แล้วประชาชนแห่แหนกันเข้าไปซื้อสินค้าประเภทนี้จนเกิดความวุ่นวาย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ว่านายอาร์วินด์ เกตไรวัล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี แถลงเมื่อวันอังคาร ว่าสืบเนื่องจาก “ความชุลมุนวุ่นวายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ตามร้านจำหน่ายสินค้าบางประเภทในพื้นที่ จนส่งผลให้ประชาชนละเลยมาตรการทางสังคม โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างซึ่งกำลังเป็นสิ่งจำเป็น เทศบาลกรุงนิวเดลีจึงต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน “ค่าธรรมเนียมพิเศษโคโรนา” ซึ่งเกตไรวัลลงนามแล้ว “จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง”
นอกจากนี้ เกตไรวัลเตือนด้วยว่า หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีการฝ่าฝืนอีก และธุรกิจอื่นใดที่อยู่ในกลุ่มได้รับการผ่อนผันก่อน แต่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เขาจะสั่งยกเลิกการผ่อนปรนนั้นทันที
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมพิเศษโคโรนาของกรุงนิวเดลี คือการเพิ่มอัตราภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีก 70% จากราคาจำหน่ายปลีกสูงสุด หลังประชาชนจำนวนมากไปรวมตัวกันตามร้านจำหน่ายสุราและเครื่องดิ่มแอลกฮอล์หลายแห่ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลอินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ขั้นแรก นับตั้งแต่บังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และสถานการณ์ตามร้านค้าหลายแห่งกลายบาปลายเป็นความโกลาหล จนตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ
ขณะที่มีรายงานบรรยากาศเดียวกันนี้ตามเมืองใหญ่อีกหลายแห่งด้วย โดยการที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี อนุญาตให้ร้านสถานประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลับมาเปิดได้ น่าจะเป็นไปตามเสียงเรียกร้องและการกดดันของหลายรัฐ ซึ่งให้เหตุผลว่าธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักจากภาษี แต่การบริโภคและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายในกลุ่มรัฐอนุรักษนิยม อาทิ รัฐคชราต ฐานเสียงของโมดี
อนึ่ง ผู้นำอินเดียผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ให้กับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมบางประเภทเมื่อเดือนที่แล้ว ตามด้วยการอนุญาตให้สำนักงานเปิดทำการได้เมื่อวันจันทร์ แต่จำกัดจำนวนคนภายในสถานที่ต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด
ปัจจุบันอินเดียมีผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 อย่าน้อย 46,476 คน เสียชีวิตอย่างน้อย 1,571 คน และรักษาหายแล้ว 12,849 คน โดยอินเดียมีประชากรประมาณ 1,300 ล้านคน.
เครดิตภาพ : REUTERS, AFP
CR: เดลินิวส์
