วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 – 13:19 น. ประชาชาติธุรกิจ

สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานคำกล่าวปาฐกถาเนื่องในวันแรงงานประจำปี 2020 ของ “ลี เซียนลุง” นายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ เมื่อ 1 พ.ค. 2020 ที่ผ่านมา ระบุถึง “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” ของประเทศสิงคโปร์ อันเกิดจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อจำกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ผู้คนคุ้นชินกับเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่ง นายกรัฐมนตรีชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้บางอาชีพสูญหายไปจากระบบเศรษฐกิจ
“ลี เซียนลุง” กล่าวว่า จากมาตรการล็อกดาวน์ที่ทางรัฐบาลนำมาใช้เพื่อจำกัดการระบาดนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 เม.ย. และเพิ่งถูกขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย. ได้ทำให้ผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยีอย่างการสื่อสารและการทำงานระยะไกล รวมถึงการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมจะถูกดิสรัปต์อย่างถาวร ซึ่งจะส่งผลให้หลายอาชีพจะสูญหายไปจากระบบเศรษฐกิจ โดยแรงงานจำนวนมากจำเป็นต้องปรับตัวขนานใหญ่และเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อแสวงหาโอกาสไปยังอุตสาหกรรมที่ยังอยู่รอด
โดยนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระบุถึง อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์การระบาดอย่าง อุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์, เทคโนโลยีชีวภาพ, ไอที รวมถึงการส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทเหล่านี้ยังคงเติบโตและจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง “ลี เซียนลุง” ชี้ว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล่านี้จะเป็นอนาคตของสิงคโปร์
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะได้ออกมาตการพยุงเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 42,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามการถูกลดค่าจ้างและการตกงานยังคงเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่สาหัสในครั้งนี้ ซึ่ง นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง เน้นย้ำว่า ภาคธุรกิจและแรงงานควรร่วมใจกันเพื่อฝ่าฟันวิกฤตไปด้วยกัน โดยแรงงานจำเป็นต้องยอมลดค่าจ้างลงบางส่วนเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ขณะที่ภาคธุรกิจต้องพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อรักษางานของลูกจ้าง
“ลี เซียนลุง” กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมแผนการเปิดเศรษฐกิจอย่างเป็นขั้นตอนภายหลังการควบคุมการระบาดได้ โดยธุรกิจที่มีความสำคัญจะได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินการก่อน ขณะที่ธุรกิจอย่างภาคการบันเทิงและการกีฬาจะยังคงต้องรอเปิดในภายหลัง
CR: ประชาชาติธุรกิจ
