อังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.36 น. เดลินิวส์

รัฐบาลมาเลเซียออกคำสั่ง ให้แรงงานต่างชาติทุกคนต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยนายจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หลังกวาดจับแรงงานนอกระบบจำนวนมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่านายอิสมาอิล ยาค็อบ รมว.กระทรวงกลาโหมของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แรงงานต่างชาติทุกคนในประเทศและในทุกสาขาอาชีพ ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และนายจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจโรคให้กับลูกจ้างกลุ่มนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทางการมาเลเซีย เกิดขึ้นหลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่วมกันกวาดจับแรงงานต่างชาตินอกระบบ “หลายร้อยคน” เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมาเลเซียมีแรงงานขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 2 ล้านคน แต่ยังไม่ผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน “อีกเป็นจำนวนมาก” ส่วนใหญ่มาจากเอเชียใต้
ขณะที่รัฐบาลมาเลเซียให้เหตุผลว่าต้องดำเนินการดังกล่าวเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากการที่แรงงานเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนส่งผลให้ยากแก่การติดตามตัว นอกจากนี้ การจับกุมยังเกี่ยวข้องกับการที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานการพบการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อน ที่เขตก่อสร้างแห่งหนึ่ง ชานกรุงกัวลาลัมเปอร์ด้วย
ทั้งนี้ มาเลเซียอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเคร่งครัดตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. โดยมีการต่อเวลาทุก 14 วัน ซึ่งช่วงเวลาปัจจุบันจะครบกำหนดในวันที่ 12 พ.ค. นี้ อย่างไรก็ดี มาตรการบางอย่างได้รับการผ่อนคลายตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แต่รายละเอียดปลีกย่อยให้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละรัฐ ซึ่งทางการรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว ผู้ผลิตปาล์มรายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ยืนยันคงความเข้มงวดของมาตรการล็อกดาวน์ถึงวันที่ 12 พ.ค. นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลกลางในกรุงกัวลาลัมเปอร์.
เครดิตภาพ : AP
CR: เดลินิวส์
