อังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.45 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้รับ “หลักฐานแข็ง” จากสหรัฐ ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นที่ห้องแล็บในจีน “การกล่าวหา” ดังกล่าว จึงยังเป็นแค่ “การคาดเดา”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่านพ.ไมเคิล ไรอัน ประธานโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าจนถึงตอนนี้ดับเบิลยูเอชโอยังไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นรูปธรรม หรือ “หลักฐานเชิงประจักษ์” จากสหรัฐ ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากห้องปฏิบัติการภายในสถาบันไวรัสวิทยา ที่เมืองอู่ฮั่นของจีน ดับเบิลยูเอชโอจึงให้น้ำหนักกับ “คำกล่าวอ้าง” ของสหรัฐ ว่ายังเป็นเพียง “การคาดเดา”
ด้านพญ.มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าหน่วยโรคอุบัติใหม่ของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่าดับเบิลยูเอชโอเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล “อ้างอิงตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์” ปัจจุบันดับเบิลยูเอชโอมีรายละเอียดลำดับนิวคลีโอไทด์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ประมาณ 15,000 รายการ และ “หลักฐาน” เหล่านี้บ่งชี้ว่าเชื้อโรคดังกล่าวอุบัติขึ้นโดยธรรมชาติ
เกี่ยวกับสมมติฐานและผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่ปรากฏออกมาแล้วระยะหนึ่ง ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาจากค้างคาวนั้น นพ.ไรอันและพญ.ฟาน เคิร์กโฮฟ กล่าวไปในทางเดียวกัน ว่าสิ่งสำคัญกว่าในตอนนี้ คือการที่ต้องค้นพบให้ได้ว่า เชื้อไวรัสชนิดนี้ “ข้ามกำแพงพันธุกรรม” จากสัตว์มาสู่มนุษย์ได้อย่างไร และมีสัตว์อื่นร่วมเป็นพาหะอีกหรือไม่
ขณะเดียวกัน ดับเบิลยูเอชโอยังกล่าวถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้น ในการใช้ยาแผนโบราณหรือสมุนไพรในการป้องกันและรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 โดยล่าสุดมีรายงานเกี่ยวกับโกฐจุฬาลัมพานั้น แถลงการณ์ของดับเบิลยูเอชโอยืนยันการสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากมีความร่วมมือในเรื่องนี้กับสถาบันการแพทย์ทางเลือกหลายแห่งในหลายประเทศ แต่ขอให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ทั้งในด้านประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย.
เครดิตภาพ : REUTERS
CR: เดลินิวส์
