อิตาลีผ่อนล็อกดาวน์-สเปนต้องสวมแมสก์ในรถสาธารณะ

อังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.40 น. เดลินิวส์

อิตาลีเริ่มเปิดเมืองอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาดำเนินชีวิต ขณะที่ชาวสเปนพบกับ “นิวนอร์ม” ในการต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในระบบรถสาธารณะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่ากระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ยืนยันผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อีก 195 คนในรอบ 24 ชั่วโมง เพิ่มสถิติสะสมเป็นอย่างน้อย 29,079 คน นับตั้งแต่มีการยืนยันผู้เสียชีวิตคนแรก เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันมีการยืนยันผู้ป่วยใหม่อีก 1,211 คน ลดลงจากสถิติ 1,389 คนเมื่อวันอาทิตย์ เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 ในอิตาลีเป็นอย่างน้อย 211,938 คน ส่วนผู้ได้รับการรักษาหายแล้วเพิ่มเป็นอย่างน้อย 82,879 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอิตาลีตรวจคัดกรองประชาชนไปแล้วมากกว่า 1.48 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศราว 60 ล้านคน

ทั้งนี้ วันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นวันแรกที่รัฐบาลอิตาลีเริ่มผ่อนคลายมาตการล็อกดาวน์อย่างเป็นทางการ หลังบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. ถือเป็นมาตรการปิดเมืองยาวนานและเข้มงวดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยภาครัฐคาดการณ์ในวันแรกของการเปิดเศรษฐกิจที่แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเรื่องระยะห่างทางสังคม มีชาวอิตาลีประมาณ 4.4 ล้านคนกลับเข้าไปทำงานในภาคการก่อสร้าง อุตสาหกรรม การผลิตและบริการที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่า “มีความจำเป็น” ต่อการดำรงชีวิต

ในวันเดียวกัน มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในระบบขนส่งสาธารณะ เริ่มมีผลทั่วสเปนเป็นวันแรก นอกเหนือจากการที่ประชาชนต้องปฏิบัติตามแนวทางระยะห่างทางกายภาพเมื่ออยู่ในรถประจำทางและรถไฟ ด้านนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ กำลังพิจารณาความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินที่ต่ออายุมาแล้วหลายครั้ง และกำหนดการปัจจุบันจะครบในวันที่ 11 พ.ค.

ขณะที่สถานประกอบการซึ่งมีพื้นที่ไม่เกิน 400 ตารางเมตร อาทิ ร้านตัดผม สามารถให้บริการลูกค้าได้แล้ว แต่ต้องผ่านการจองล่วงหน้าเท่านั้น ปัจจุบันสเปนมีผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 มากกว่า 25,000 คน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมเกือบ 250,000 คน และรักษาหายแล้วประมาณ 150,000 คน.

เครดิตภาพ : AP, REUTERS

CR: เดลินิวส์