45 ปี ‘สงครามเวียดนาม’ ไร้พิธีรำลึก เพราะโควิดฯ – สหรัฐฯ ชี้เหยื่อไวรัสแซงหน้าสงคราม

Apr 30, 2020( Last update Apr 30, 2020 11:11 )VoiceTV

30 เม.ย.2563 เป็นวันครบรอบ 45 ปี สิ้นสุดสงครามเวียดนาม ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น ‘สงครามตัวแทน’ ยุคสงครามเย็น ขณะที่ปีนี้สหรัฐฯ เผชิญสถานการณ์โรคโควิด-19 หนักหน่วง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตแซงหน้าสงครามเวียดนามแล้ว

‘สงครามเวียดนาม’ ที่ถูกกล่าวถึงในสื่อตะวันตก ถูกคนเวียดนามจดจำในฐานะ ‘สงครามอเมริกา’ เพราะกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ ‘เวียดนามเหนือ’ จับอาวุธต่อสู้ตั้งแต่ปี 1954–1975 (พ.ศ.2497-2518) เพื่อปลดปล่อย ‘เวียดนามใต้’ จากจักรวรรดินิยมอเมริกา นักประวัติศาสตร์จึงมองว่านี่คือ ‘สงครามตัวแทน’ ระหว่างสหรัฐฯ ซึ่งหนุนหลังเวียดนามใต้ เผชิญหน้ากับสหภาพโซเวียตและจีนซึ่งหนุนหลังฝ่ายเวียดนามเหนือ

แม้กองทัพสหรัฐฯ จะขอเจรจาสงบศึกและถอนกำลังทหารออกไปตั้งแต่ปี 1973 (พ.ศ.2516) แต่กองทัพของเวียดนามเหนือ-เวียดนามใต้สู้รบกันต่อ จนกระทั่งกองทัพเวียดนามเหนือบุกยึดกรุงไซง่อน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ขณะนั้น พร้อมประกาศชัยชนะสำเร็จ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2518 จึงถูกนับเป็นวันสิ้นสุดสงครามเวียดนาม

ต่อมา รัฐบาลสหรัฐฯ สรุปยอดชาวอเมริกันผู้เสียชีวิตและสูญหายตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของสงครามเวียดนาม ทั้งที่เป็นทหารและพลเรือน มีจำนวนราว 53,200 ราย ส่วนรัฐบาลเวียดนามประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้รวมกันประมาณ 2 ล้านราย

ประเทศพันธมิตรอื่นๆ ของสหรัฐฯ ได้ส่งทหารเข้าร่วมต่อสู้ในสงครามเวียดนามด้วย และสารานุกรม Britanica บันทึกว่า ทหารไทยที่ร่วมรบกับทหารอเมริกันในสงครามเวียดนาม เสียชีวิตประมาณ 350 นาย ส่วนทหารออสเตรเลียเสียชีวิต 500 นาย ทหารเกาหลีใต้เสียชีวิตประมาณ 4,000 นาย ขณะที่ทหารนิวซีแลนด์เสียชีวิตประมาณ 36 นาย

ปีนี้ ‘ไร้พิธีรำลึก’ เพราะโควิด-19

เว็บไซต์ OCRegister รายงานว่า พิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามเวียดนามซึ่งมักจะจัดขึ้นในวันที่ 30 เม.ย.ของทุกปี ‘ถูกยกเลิก’ ในปีนี้ เพื่อปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะทางสังคม (social distancing) ป้องกันโรคโควิด-19 แพร่ระบาด โดยช่วงที่ผ่านมา เวียดนามและสหรัฐฯ ต่างก็ยกเลิกการจัดกิจกรรมรวมตัวกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพและลูกหลานของผู้อพยพลี้ภัยสงครามเวียดนามมาสหรัฐฯ จัดพิธีรำลึกวันครบรอบ 45 ปีการสิ้นสุดสงครามเวียดนามผ่านทางระบบสื่อสารออนไลน์แทน 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา รอยเตอร์ส รายงานว่า สถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศสหรัฐฯ นั้นรุนแรงกว่าที่คิด เพราะสถิติผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 มีจำนวนกว่า 58,300 ราย แซงหน้าผู้เสียชีวิตและสูญหายจากสงครามเวียดนามไปแล้ว และคาดว่าผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ อาจจะสูงถึง 74,000 ราย 

ขณะที่เวียดนามมีผู้ติดโควิด-19 ที่ยืนยันแล้ว 270 ราย รักษาตัวจนหายแล้ว 222 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มแม้แต่รายเดียว

ส่วนสถิติผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็นกว่า 3.1 ล้านราย และผู้เสียชีวิตประมาณ 227,000 ราย

สงครามเรียกร้องค่าชดเชย ‘ฝนเหลือง’ ยังไม่จบ

ผลพวงอีกประการหนึ่งของสงครามเวียดนามที่มีต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย คือ ความเจ็บป่วยและพิการ อันสืบเนื่องจากมาจากการใช้ ‘ฝนเหลือง’ หรือสารพิษอันตราย Agent Orange ระหว่างปฏิบัติการทำลายที่พรางตัวของทหารเวียดกง พันธมิตรของเวียดนามเหนือ

ก่อนหน้านี้ VOA Thai เคยรายงานว่าฝนเหลืองถูกกองทัพสหรัฐฯ นำไปโปรยในพื้นที่หลายล้านไร่ในเวียดนามช่วงสงคราม ทำให้เกิดสารเคมีตกค้างและปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและทหารทั้งฝ่ายเวียดนามและสหรัฐฯ ที่สัมผัสกับฝนเหลือง

กรณีของชาวเวียดนาม พบผู้หญิงจำนวนมากคลอดบุตรที่มีภาวะพิการแต่กำเนิดช่วงหลังสงคราม และมีรายงานบ่งชี้ว่าเกิดจากการที่แม่ของเด็กสัมผัสหรือได้รับสารอันตรายในฝนเหลือง

เวียดนามคาดว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากฝนเหลืองมากกว่า 3 ล้านคน และมีการเรียกร้องค่าชดเชยจากบริษัทมอนซานโตและดอว์เคมิคัล ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารเคมีและยาฆ่าแมลงรายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ผลิตฝนเหลืองให้กองทัพสหรัฐฯ ยุคนั้น ต้องตกเป็นเป้าฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยจากทั้งชาวเวียดนามและอเมริกันที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ผลิตฝนเหลืองแย้งว่า ความเจ็บป่วยบางประการไม่อาจชี้ชัดได้ว่าเกิดจากฝนเหลือง ทำให้การต่อสู้คดีในชั้นศาลยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้

CR: VoiceTV