อียูยกเลิกสิทธิพิเศษการค้าบางส่วนของกัมพูชา

ศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.26 น. เดลินิวส์

สหภาพยุโรปเพิกถอนส่วนหนึ่งของสิทธิพิเศาทางการค้าที่มอบให้กับกัมพูชา โดยให้เหตุผลเรื่องสิทธิมนุษยชน ด้านสภายุโรปให้สัตยาบันเอฟทีเอกับเวียดนาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่าคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป ( อียู ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ เรื่องการยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้าของกัมพูชาในการเข้าถึงระบบตลาดเดียวของสหภาพ ในโครงการยกเว้นสินค้าจำพวกอาวุธยุทโธปกรณ์ ( Everything but Arms : EBA ) หรือ “ขายได้ทุกอย่างที่ไม่ใช่อาวุธ” ซึ่งอียูเสนอให้กับอย่างน้อย 48 ประเทศ โดยกัมพูชาจะสูญเสียสิทธิ์ดังกล่าวประมาณ 1,000 ล้านยูโร ( ราว 33,772.28 ล้านบาท ) หรือ 20% จากมูลค่าทั้งหมดของสินค้าส่งออกจากกัมพูชามายังอียู

  ทั้งนี้ อีซีให้เหตุผลของการเพิกถอนสิทธิพิเศษบางส่วนของกัมพูชาจากโครงการอีบีเอ ว่าเป็นผลจากการที่รัฐบาลพนมเปญของนายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุน เซน ละเมิดสิทธิมนุษยชนของพลเมือง “อย่างร้ายแรงและเป็นระบบ”  โดยอีซีกำหนด “เส้นตาย” 30 วัน เริ่มเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ปีที่แล้ว ให้รัฐบาลกัมพูชาแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศจนอยู่ในระดับ “น่าพึงพอใจ”

  ขณะที่หลังจากนี้ อีซีจะใช้ “กำแพงภาษีมาตรฐาน” กับสินค้าจำพวกเสื้อผ้าสำเร็จรูปและรองเท้าของกัมพูชา ตลอดจนน้ำตาลทราย และผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อนึ่ง เกณฑ์ภาษีของสหภาพยุโรปต่อสินค้าจำพวกเครื่องนุ่งห่มจากประเทศนอกสหภาพอยู่ที่ 12% ด้านสหภาพแรงงานของกัมพูชาประเมินว่าการเพิกถอนอีบีเออาจส่งผลให้ประเทศสูญเสียรายได้มากถึงปีละ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 21,823.9 ล้านบาท ) และคาดการณ์กำแพงภาษีสำหรับรองเท้าน่าจะอยู่ที่ระหว่าง 8-17%

ในวันเดียวกัน สภายุโรปมีมติเสียงข้างมาก 401 ต่อ 192 เสียง ให้สัตยาบันรับรองข้อตกลงการค้าเสรี ( เอฟทีเอ ) กับเวียดนาม หลังลงนามร่วมกันที่กรุงฮานอย เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว นับเป็นประเทศที่ 2 ใน 10 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ซึ่งมีเอฟทีเอกับอียู ต่อจากสิงคโปร์ ส่วนสภาแห่งชาติของเวียดนามมีกำหนดให้สัตยาบันต่อเอฟทีเอกับอียูภายในเดือนพ.ค. ปีนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR: เดลินิวส์