ทรัมป์ ชี้ หลังลงนามการค้า`เฟสแรก`กับจีน เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต

16 ม.ค. 63 9:50: น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย


  สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐฯ และ จีน ได้ลงนามข้อตกลงทางการค้าใน “เฟสแรก” เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าของทั้งสองประเทศตึงเครียดมานานกว่า 18 เดือน ซึ่งนับเป็นการเหตุการณ์สำคัญที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

  โดยการลงนามการค้าในครั้งนี้ประธานาธิบดีโดนัลล์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เป็นผู้ลงนามด้วยตัวเอง ขณะที่ทางฝั่งจีนคือรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้แทนการเจรจาการค้าของจีน เป็นผู้ลงนามในครั้งนี้ ซึ่งหลังการลงนามเสร็จสิ้นลง ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญ และน่าทึ่งมาก และการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีดในครั้งนี้เป็นการส่งมอบอนาคตแห่งความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ และความปลอดภัย และทำให้ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร และครอบครัวชาวอเมริกัน ประสบกับความมั่นคงและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจในอนาคต

  ขณะที่รองนายกฯ หลิวเหอ ของจีนได้ได้อ่านสาส์นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กล่าวถึงปธน.ทรัมป์ ว่าการลงนามข้อตกลงทางการค้าในครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าทั้งสองฝ่ายสามารถทำงานรวมกันเพื่อเชื่อมความแตกต่างกันของทั้งสองประเทศ และเป็นผลดีกับทั้งสหรัฐ จีน และ ทั่วโลก ซึ่งในก้าวต่อไปทั้งสหรัฐฯและจีนจะต้องนำข้อตกลงการค้านี้มาดำเนินการในเชิงปฏิบัติอย่างจริงจัง

  ภายใต้ข้อตกลงทางการค้าใน “เฟสแรก” ระบุว่า จีนจะเพิ่มการสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม พลังงาน สินค้าการเกษตรและบริการ ในวงเงินสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 2 ปี รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่สหรัฐฯ แลกเปลี่ยนด้วยการตกลงที่จะลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนล็อตใหม่ลงจาก 15% ลงมาอยู่ที่ 7.5% ในวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ แต่การเก็บภาษีสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป

  ทั้งนี้จีน และ สหรัฐฯ ได้เริ่มทำสงครามการค้ากันมาตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งทั้งสองประเทศได้ใช้กำแพงภาษีนำเข้าในการโจมตีทั้งสองฝ่าย ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศรวมถึง ประเทศอื่นๆทั่วโลกเกิดการชะลอตัวอย่างหนักในปีที่ผ่านมา

รายงาน    ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

CR: Efinancethai