สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้โดนยิงจรวดถล่มฐานทัพ

เสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 07.24 น. เดลินิวส์

รัฐบาลวอชิงตันประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อรัฐบาลเตหะราน หลังไออาร์จีซียิงจรวดโจมตีฐานทัพสหรัฐ 2 แห่งในอิรัก และยืนยันว่าพล.ต. กัสเซ็ม โซไลมานี “คือภัยคุกคามร้ายแรง” ของอเมริกา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่านายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเมื่อวันศุกร์ ขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่ระดับสูง 8 คนทั้งทหารและพลเรือนของอิหร่าน รวมถึงพลจัตวาโกลัมเรซา โซไลมานี ผู้บัญชาการของ “บาซิจ” ซึ่งเป็นกองกำลังอาสาสมัครพลเรือนรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ ภายใต้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) พลจัตวาโมฮัมเหม็ด เรซา รองประธานคณะเสนาธิการไออาร์จีซี และนายอาลี ชัมคานี เลขานุการคณะมนตรีความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติ หรือสภาความมั่นคง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลวชิงตันยังคว่ำบาตรบริษัทสิ่งทอ เหล็กกล้าและผู้ประกอบธุรกิจเหมืองแร่รวม 17 แห่ง ส่วนใหญ่จดทะเบียนในจีนและหมู่เกาะเซเชลส์ ฐานมีส่วนร่วมกับการซื้อ ขายและจัดส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้กับอิหร่านด ด้านนายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลังของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้จัดทำมาตรการคว่ำบาตร กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันพร้อมขยายขอบเขตมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกในอนาคต “หากจำเป็น”

ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นการตอบโต้ที่ไออาร์จีซียิงจรวดโจมตีฐานทัพของสหรัฐ 2 แห่งในอิรัก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา “เพื่อล้างแค้น” การที่อเมริกาลอบสังหารพล.ต. กัสเซ็ม โซไลมานี อดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” ด้วยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใกล้กับท่าอากาศยานานาชาติแบกแดด เมื่อวันที่ 2 ม.ค. โดยพล.ต.โซไลมานีเสียชีวิตพร้อมนายอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดิส อดีตรองผู้บัญชาการของ “ฮัชด์” ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธชีอะห์ในอิรักซึ่งสนับสนุนอิหร่าน

ปอมเปโอกล่าวว่าพล.ต. โซไลมานี “คือภัยคุกคามร้ายแรง” เนื่องจากมีเบาะแสว่ากำลังวางแผนเตรียมก่อวินาศกรรมกับ “ทรัพย์สินของสหรัฐ” รวมถึงฐานทัพหลายแห่งในตะวันออกกลาง และสถานเอกอัครราชทูตในภูมิภาค “อย่างน้อย 5 แห่ง” หนึ่งในนั้นคือสถานเอกอัครราชทูตในอิรัก ซึ่งปอมเปโอปฏิเสธให้รายละเอียดมากกว่านั้น แต่ยืนยันว่าแผนการของพล.ต. โซไลมานี “กำลังจะเกิดขึ้น” อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านและไออาร์จีซียังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ ต่อมาตรการคว่ำบาตระลอกใหม่ของสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AP

CR: เดลินิวส์