เหตุประท้วงในอินเดียยังรุนแรง ส่งผลหลายธุรกิจหยุดบริการ

30 ธ.ค. 62 15:39 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า นักลงทุนทั้งในประเทศอินเดีย และ นักลงทุนจากต่างประเทศแสดงความกังวล หลังเหตุประท้วงเพื่อต่อต้านกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ของอินเดียได้ทวีความรุนแรงขึ้น 

  โดยเหตุประท้วงในอินเดียได้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาและยืดเยื้อมานานกว่าสองสัปดาห์ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน จากการประท้วงในครั้งนี้ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของชาวอินเดียแล้ว เหตุประท้วงในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของอินเดีย หลังหลายธุรกิจของอินเดียต้องหยุดให้บริการไป รวมถึงในบางรัฐได้ระงับการให้บริการทางอินเตอร์เน็ตซึ่งทำให้การจองแท๊กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ขับขี่เช่น Uber และ Ola รวมถึงการดำเนินการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลได้รับผลกระทบอย่างหนัก  ซึ่งส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ลดลงมากขึ้น 36%

  โดย ปรายุทธ์ เลา  ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยการควบคุมความเสี่ยงของอินเดียกล่าวว่านักลงทุนต่างชาติจะเริ่้มนับรวมถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสจากรัฐบาลที่เกิดจากเหตุประท้วงในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลอินเดียจำเป็นต้องดำเนินการปฎิรูปโครงสร้างที่จำเป็นหากต้องการนำอินเดียออกจากการภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน ซึ่งนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียได้ให้ความสำคัญกับวาระทางสังคมโดยมีการอนุมัติงบประมาณในการสนับสนุนเศรษฐกิจ ซึ่งเหตุประท้วงในอินเดียครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบทางธุรกิจมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

  สำหรับกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่นี้ ได้ระบุว่าจะมีการให้สัญชาติอินเดียแก่ผู้อพยพเข้าเมืองที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามจากอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ และปากีสถาน ในกรณีที่ผู้อพยพเหล่านี้ถูกข่มเหงรังแกและเลือกปฏิบัติทางศาสนา ซึ่งผู้อพยพที่ได้รับสัญชาติต้องเดินทางเข้ามาในอินเดียก่อนวันที่ 31 ธ.ค.2557

รายงาน    ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ 

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

CR: Efiancethai