จีน"ไม่รีบ" ลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับ"สหรัฐ"

พฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 09.17 น. เดลินิวส์

รัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่า “ไม่ได้กำหนดเส้นตาย” ในการเจรจาและบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐ ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้สองประเทศตึงเครียดขึ้นอีกขั้น เมื่อสภาคองเกรสในกรุงวอชิงตันผ่านกฎหมาย “ปกป้องสิทธิมนุษยชน” ของชาวอุยกูร์ในจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนถล่มทลาย 407 ต่อ 1 เสียง เมื่อคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ผ่านกฎหมายนโยบายสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ หรือกฎหมายอุยกูร์ 2019 ต่อจากวุฒิสภาซึ่งอนุมัติกฎหมายดังกล่าวแล้วเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศจีนเชิญนายวิลเลียม ไคลน์ อุปทูตสหรัฐเข้าพบ เพื่อ “หารือ” เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่น.ส. หัว ชุนหยิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ไม่มีทางเพิกเฉย” ต่อการดำเนินการของสหรัฐซึ่งแทรกแซงกิจการภายใน และบั่นทอนเสถียรภาพของจีนอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการซักถามว่า กฎหมายอุยกูร์ของสหรัฐจะส่งผลกระทบในทางใดต่อความพยายามของทั้งสองประเทศ ในการบรรลุข้อตกลงการค้าขั้นแรกให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีมุ่งมั่นอย่างชัดเจนหรือไม่ และกำแพงภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 9  ล้านล้านบาท ) จะมีผลในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ หากการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูง “ไม่มีความคืบหน้า” หรือ “ไม่มีการบรรลุข้อตกลง” น.ส. หัวกล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่ได้กำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจน ในการลงนามข้อตกลงการค้าขั้นแรกกับสหรัฐ แต่คำนึงเพียงว่าการเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากตกเป็นฝ่ายถูกกดดันอย่างไม่เป็นธรรม จีนพร้อมตอบโต้เสมอ

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ยอมรับว่าการบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนอาจต้องรอจนผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย. ปีหน้า ส่วนสาระสำคัญของกฎหมายอุยกูร์รวมถึงการที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐต้องเสนอรายงานต่อสภาคองเกรสทุก 6 เดือน เกี่ยวกับ “มาตรการกวาดล้าง” โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลปักกิ่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน  และการมอบอำนาจให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เป็นผู้นำในการพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งอยู่เบื้องหลังนโยบาย “กดขี่” ชาวอุยกูร์ ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการพุ่งเป้าเล่นงานนายเฉิน ฉวนกัว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP

CR: เดลินิวส์