เสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 เวลา 07.40 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการขึ้นภาษีอัตรา 30% ต่อสินค้าจีนมูลค่า 7.6 ล้านล้านบาท โดยอ้างผลการหารือกับผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลปักกิ่ง “ผ่านขั้นแรกอย่างเป็นรูปธรรม”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวหลังการพบหารือกับนายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีนและที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ ว่าผลการหารือ “ผ่านขั้นแรกอย่างเป็นรูปธรรม” โดยผู้นำสหรัฐกล่าวว่าจีนตกลงเพิ่มโควตาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากอเมริกา “เพิ่มอีกมากกว่า 2 เท่า” การเปิดกว้างตลาดการเงิน และ การยกระดับความร่วมมือในการ “ปฏิรูป” มาตรการพิทักษ์ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนเงื่อนไขเรื่อง “การแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยี” ที่บริษัทของสหรัฐต้องมอบให้แก่รัฐบาลปักกิ่ง หากต้องการเปิดสำนักงานในจีน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ให้คำมั่นต่อผู้แทนของประธานาธิบดีจีน ว่าเขาจะไม่ขึ้นภาษีสินค้าจีนมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 7.6 ล้านล้านบาท ) จากอัตราภาษีจากเดิม 25% เป็น 30% ตามกำหนดการในวันที่ 15 ต.ค. นี้ ซึ่งเลื่อนจากกำหนดการเดิม 2 สัปดาห์ และกำแพงภาษีที่มีกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค. นี้มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกระงับเช่นกัน ด้านรัฐบาลปักกิ่งแสดงท่าที “พึงพอใจ”
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า เขาต้องการลงนามผลการเจรจาทั้งหมดกับผู้แทนระดับสูงของจีนในครั้งนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยทรัมป์คาดการณ์ว่าการลงนามน่าจะเกิดขึ้นระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปก ) ที่ชิลีจะเป็นเจ้าภาพในช่วงกลางเดือนพ.ย. นี้
อย่างไรก็ตาม สหพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐออกแถลงการณ์วิจารณ์ผลการพบหารือครั้งนี้ว่า “เป็นเพียงการลดความเสียหาย แต่ความไม่แน่นอนยังคงเดิม” และเรียกร้องให้สหรัฐกับจีนมีการตัดสินใจและบรรลุข้อตกลงที่ “เป็นรูปธรรมมากกว่านี้”.
เครดิตภาพ : AP
CR: เดลินิวส์
