สีเตือน ‘ใครก็ตาม’ ที่พยายามแบ่งแยกจีน ‘จะเละไม่มีชิ้นดี’

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 07.20 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า “ความสนับสนุน” จากกองกำลังภายนอกซึ่งต้องการแบ่งแยกแผ่นดินใหญ่ “ไม่มีทางเป็นไปได้” และ “ใครก็ตาม” ซึ่งพยายามก่อการในเรื่องนี้ ต้องพบจุดจบด้วยการ “ถูกบดขยี้อย่างไม่มีชิ้นดี”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง  กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างร่วมพิธีเลี้ยงรับรองอาหารค่ำโดยรัฐบาลเนปาล ที่กรุงกาฐมาณฑุ เมื่อวันอาทิตย์ มีสาระสำคัญในตอนหนึ่งว่า “บุคคลใดก็ตามที่พยายามแบ่งแยกดินแดนส่วนใดส่วนหนึ่งออกจากแผ่นดินจีนจะต้องพบกับจุดจบ” โดย “จุดจบ” ที่ว่านั้นถือ “สภาพร่างกายที่จะถูกบดขยี้อย่างไม่มีชิ้นดี” ส่วน “กองกำลังภายนอก” ซึ่งคอยเป็นท่อน้ำเลี้ยงอยู่เบื้องหลังนั้น รัฐบาลปักกิ่งขอประกาศว่า การสนับสนุนแบ่งแยกดินแดนส่วนใดก็ตามของแผ่นดินใหญ่ “เป็นได้แค่วิมานในอากาศ”

ทั้งนี้ ผู้นำจีนไม่ได้กล่าวถึงรัฐบาลประเทศใดและกลุ่มบุคคลใดโดยตรง แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าสีต้องการสื่อลำดับแรกถึงกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวทิเบตซึ่งเข้ามาลี้ภัยในเนปาลเป็นจำนวนมาก และมีรายงานว่ารัฐบาลกาฐมาณฑุกวาดจับกลุ่มผู้ประท้วงชาวทิเบตจำนวนมาก ก่อนที่ผู้นำจีนและคณะจะเดินทางมาถึง แต่ในเวลาเดียวกัน ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของผู้นำจีนน่าจะครอบคุลมถึงความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบกับไต้หวัน และสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและสังคมในฮ่องกง ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 4 เดือนแล้ว พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำว่า จีนไม่มีทางเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อให้กับใครในกรณีพิพาทเรื่องดินแดน “ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม”

อนึ่ง ถ้อยแถลงของผู้นำจีนเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงล่วงเลยมาจนถึงสัปดาห์ที่ 18 และกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรงยังคงตระเวนทำลายทรัพย์สินสาธารณะโดยเฉพาะสถานีรถไฟใต้ดินที่เป็นเป้าหมายหลัก และธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับแผ่นดินใหญ่ รวมถึงสาขาหลายแห่งของแบงก์ออฟไชนาและร้านจำหน่ายสินค้าของหัวเว่ยที่ถูกทุบและเผาทำลาย  

ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังลงพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยมีการยิงแก๊สน้ำตาและจับกุมผู้ก่อความรุนแรงได้หลายสิบคน อย่างไรก็ตาม เกิดเหตุหน้าที่นายหนึ่งถูกลอบแทงเข้าที่คอจากด้านหลัง ระหว่างควบคุมสถานการณ์ไม่สงบที่สถานีรถไฟใต้ดินกวนตง ซึ่งหน่วยกู้ชีพเร่งนำ ตำรวจผู้เคราะห์ร้ายซึ่งยังมีสติอยู่ส่ง โรงพยาบาลใกล้เคียงที่สุด และผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ 2 คนถูกจับกุมได้อย่างทันท่วงที.

เครดิตภาพ : AP

CR: เดลินิวส์