เศรษฐกิจจีนยังน่าเป็นห่วง หลังผลผลิตภาคอุตสาหกรรมโตต่ำสุดรอบ 17 ปี

16 ก.ย. 62 16:53 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เศรษฐกิจจีนในเดือนสิงหาคมชะลอตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้า และ อุปสงค์ภายในประเภทที่อ่อนตัวลง

  โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนสิงหาคม เติบโตแค่ 4.4% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2002 และลดลงจาก 4.8% ซึ่งเป็นตัวเลขผลผลิตในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

  ขณะที่ตัวเลขการส่งออกภาคอุตสาหกรรมลดลง 4.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวภาคอุตสาหกรรมของจีนลดลงนั้นมาจากการที่สถานการณ์สงครามการค้าที่ยังคงยืดเยื้อหลังปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 5% โดยมีผลในวันที่ 1 กันยายน ขณะที่จีนได้มาตรการตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และ ปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 7 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

  นักวิเคราะห์หลายคนได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของจีนกำลังอยู่ในช่วงทดสอบจุดต่ำสุดของเป้าหมายในปีนี้ ซึ่งตัวเลขประมาณการจีดีพีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-6.5% และมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้นโยบายผ่อนคลายทางเศรษฐกิจมากขึ้น หลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมีการเติบโตเพียง 6.2% ซึ่งน้อยที่สุดในรอบ 30 ปี

  ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารประชาชนจีน (PBOC)จะปรับลดดอกเบี้ยระยะกลาง (MLF) ลง 0.10% ในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานสำหรับสินเชื่อใหม่ (LPR) ภายในสัปดาห์นี้ต่อไป

CR:Efinancethai