ไทย-เกาหลี ลงนามข้อตกลงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ

 2 ก.ย. 2019 14:54:24 สำนักข่าวไทย

ทำเนียบฯ 2 ก.ย.-ไทย-สาธารณรัฐเกาหลี ลงนามข้อตกลงระหว่างภาครัฐ 6 ฉบับ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ เห็นพ้องพัฒนาความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนรอบด้าน เน้นเพิ่มพูนการค้าการลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ภายหลังการหารือข้อข้าราชการระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาส นายมุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae-in) เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายมุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae-in) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจและความตกลงระหว่างภาครัฐ จำนวน 6 ฉบับ โดยมีรัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวเป็นผู้ลงนาม ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาภาษาเกาหลี 3.ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ว่าด้วยการคุ้มครองข่าวสารทางทหารที่มีชั้นความลับร่วมกัน ที่จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารตลอดจนกำหนดเงื่อนไขสำหรับการคุ้มครองข่าวสารที่ได้มีการแลกเปลี่ยนกัน 4.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงอุตสาหกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อจัดทำความร่วมมืออุตสาหกรรม 4.0 5.ความตกลงว่าด้วยการต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบราง และ 6.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในสาขาการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนนโยบาย เทคโนโลยี ข้อมูลและทรัพยากรมนุษย์

จากนั้นเป็นการแถลงข่าวร่วมระหว่าง นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนไทยของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งนี้ เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนระหว่างกันให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและตอบสนองเป้าหมายและนโยบายของทั้งสองประเทศ รวมทั้งส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาค 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้สองประเทศได้หารือถึงการขยายความร่วมมือด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและผลกระทบของสงครามการค้า จึงควรเพิ่มการลงทุนระหว่างกันในภูมิภาคให้มากขึ้น ควบคู่กับการผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้บรรลุข้อสรุปภายในปีนี้ พร้อมเชิญชวนให้ภาคเอกชนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมเสนอให้ EEC และสำนักงานส่งเสริมการค้าการลงทุนเกาหลี (KOTRA) พิจารณาจัดทำกรอบความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อรองรับการลงทุนของเกาหลีใต้ และไทยยินดีที่เกาหลีใต้สนใจลงทุนในโครงการรถไฟฟ้ารางเบา ในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของไทย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ด้านความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคงและการทหาร ทั้งสองประเทศเห็นชอบเพิ่มปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมากขึ้น และพัฒนากลไกหารือทวิภาคีทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน และยินดีกับการลงนามความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีชั้นความลับร่วมกัน ซึ่งสะท้อนถึงความไว้เนื้อเชื้อใจระหว่างสองฝ่าย นอกจากนี้ยังเห็นพ้องต่อยอดความร่วมมือด้านการจัดตั้งศูนย์ศึกษาเกาหลีในไทย ซึ่งจะช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยและเตรียมความพร้อมรองรับธุรกิจการค้าการลงทุนจากเกาหลีใต้ในอนาคต สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในเกาหลีใต้นั้น ได้ย้ำกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนให้เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไทยพร้อมที่จะร่วมมือแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ไทยยินดีที่จะเป็นประธานร่วมกับเกาหลีใต้ในการประชุมสุดยอด อาเซียน -เกาหลีใต้ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่นครปูซาน นอกจากนี้ ยินดีที่เกาหลีใต้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECS และไทยพร้อมขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้รุดหน้าก้าวไกลต่อไป 

ด้านนายมุน แช อิน กล่าวคำทักทายเป็นภาษาไทย ว่า สวัสดีครับ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่เชิญตนมาในฐานะอาคันตุกะผู้นำต่างประเทศคนแรกของรัฐบาลชุดใหม่นี้ ทั้งนี้การค้าระหว่างสองประเทศ ปีที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 14,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มากที่สุดเป็นประวัติกาล และยังมีการไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ มากกว่า 2 ล้านคน

ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี  กล่าวว่า ส่วนการหารือวันนี้ (2 ก.ย.) ทั้งสองผู้นำประเทศเห็นพ้องมุ่งสู่อนาคตแห่งสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน เพิ่มพูนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การพัฒนาเตาปฎิกรนิวเคลียร์สำหรับการวิจัย การพัฒนาสตาร์ทอัพ และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมเห็นพ้องกระชับความร่วมมือเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงเอเชียตะวันออก 

ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี  กล่าวอีกว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงรักษาข้อมูลทางทหารร่วม จะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อความแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้เห็นควรสร้างเศรษฐกิจเชิงสันติภาพ ผ่านการปลดอาวุธนิวเคลียร์  ที่จะนำไปสู่ความผาสุขของเอเชียตะวันออก ซึ่งไทยก็ให้การสนับสนุนนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy-NSP) ของเกาหลีอย่างหนักแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกันเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ได้มอบเหรียญสันติภาพ ให้แก่ตัวแทนทหารไทย จำนวน 10 คนที่ร่วมรบในสงครามเกาหลีเหนือ เมื่อปี 1953 เพื่อขอบคุณในความเสียสละของทหารไทย ที่เป็นประเทศแรกในเอเชียในการให้ความช่วยเหลือยามที่สาธารณรัฐเกาหลีอยู่ในภาวะคับขัน จนทำให้สาธารณรัฐเกาหลีมีความเจริญรุ่งเรืองเช่นทุกวันนี้.

CR: สำนักข่าวไทย