ทรัมป์เตือนจีน ‘เทียนอันเหมิน 2’ กระทบเจรจาการค้า

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 07.24 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าหากจีนใช้ “มาตรการเทียนอันเหมิน” ซ้ำรอยกับสถานการณ์ในฮ่องกงอีก การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศจะได้รับผลกระทบแน่นอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่าเขาเข้าใความยากลำบากของเจ้าหน้าที่รัฐในการจัดการกับสถานการณ์ประท้วงและความรุนแรงภายในประเทศ แต่สำหรับกรณีของฮ่องกงหากเกิดสถานการณ์ แบบเดียวกับที่จัตุรัสเทียนอันเหมินซ้ำรอยอีก การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

อนึ่ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าของสหรัฐและจีนพบหารือกันทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่ทรัมป์ชะลอการขึ้นภาษี 10% ต่อสินค้าที่เหลือจากจีนอีก 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 9.25 ล้านล้านบาท ) จากเดิมคือวันที่ 1 ก.ย. เป็น 15 ธ.ค. นี้ และผู้แทนของทั้งสองประเทศมีกำหนดสนทนากันทางโทรศัพท์ครั้งต่อไปช่วงปลายเดือนนี้

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เลี่ยงกล่าวสนับสนุนหรือวิจารณ์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา โดยกล่าวว่าเขาเชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ในฮ่องกงได้ “บนพื้นฐานของหลักมนุษยธรรม” และจะเป็นการดีหากผู้นำจีนเจรจากับผู้ประท้วงด้วยตัวเอง  ซึ่งบรรดาผู้สันทัดกรณีกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้เลย ขณะที่เดอะ โกลบอล ไทม์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อกระบอกเสียงภาคภาษาอังกฤษของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าฮ่องกง “ไม่ใช่เทียนอันเหมิน 2” และนายหลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลอนดอน กล่าวว่ารัฐบาลปักกิ่ง “มีวิธีเป็นของตัวเอง” ที่จะจัดการกับเรื่องนี้ และเรียกร้องนักการเมืองของสหราชอาณาจักรบางคนยุติการบ่มเพาะและปลูกฝัง ตลอดจนกระตุ้นแนวคิดอาณานิคมให้กับชาวฮ่องกง

ผู้ชุมนุมบางส่วนยิงเลเซอร์จากปากกาเพื่อรวบกวนการสังเกตการณ์ของตำรวจ
ตัวแทนกลุ่มผู้ประท้วงชูป้ายสัญลักษณ์ให้ผู้เข้าร่วมทยอยสลายตัว

ในวันเดียวกัน ผู้ประท้วงฮ่องกงจำนวนมากจัดกิจกรรมเป็นสัปดาห์ที่ 11 ด้วยการขบวนประท้วงกันอย่างสงบท่ามกลางสายฝน แต่สถานการณ์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสงบท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย แม้มีผู้ประท้วงบางส่วนยิงเลเซอร์จากปากกาไปยังตำรวจซึ่งตรึงกำลังสังเกตการณ์ แต่เคราะห์ดีเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาตอบโต้ และกลุ่มผู้ประท้วงเดินออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดด้วยก็ตาม ทั้งนี้ แกนนำของฝ่ายต่อต้านประเมินจำนวนผู้เข้าร่วมไว้ที่ 1.7 ล้านคน แต่สถิติของตำรวจระบุไว้ที่เพียง 128,000 คน.

เครดิตภาพ : REUTERS,AFP,AP

CR:เดลินิวส์