อินเดียเริ่มฟื้นระบบติดต่อสื่อสารในแคชเมียร์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 08.37 น. เดลินิวส์

รัฐบาลอินเดียทยอยฟื้นฟูระบบการติดต่อสื่อสารในรัฐชัมมูและกัศมีร์แล้ว หลังผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ตามแนวชายแดนแคชเมียร์ที่ติดกับปากีสถานยังตึงเครียด มีการยิงปืนโต้ตอบกันเป็นระยะระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองศรีนคร ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าสำนักงานมุขมนตรีรัฐชัมมูและกัศมีร์รายงานเมื่อวันเสาร์ ว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการซ่อมแซมและติดตั้งตู้โทรศัพท์ใหม่ 17 จากทั้งหมดประมาณ 100 ตู้ ในเขตพื้นที่ห่างไกลของรัฐชัมมูและกัศมีร์ หลังตัดการสื่อสารทั้งสัญญาณโทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์เคลื่อนที่และสัญญาณอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. หรือ 1 วันก่อนรัฐบาลนิวเดลีประกาศกฤษฎีกาพิเศษยกเลิกมาตรา 370 ของรัฐธรรมนูญ เพิกถอนอำนาจในการปกครองตนเองของภุมิภาคแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย และเตรียมแบ่งเป็น 2 รัฐใหม่ในอนาคต

ชาวเมืองศรีนครชุมนุมไม่พอใจที่ระบบการสื่อสารในพื้นที่ยังใช้การแทบไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ระบบการสื่อสารในเเมืองศรีนครซึ่งเป็นเมืองเอกยังใช้การไม่ได้ดีนัก และการสื่อสารในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนมุสลิมยังตัดขาดจาดโลกภายนอก สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่ประชาชน จนเกิดการประท้วงและปะทะกับเจ้าหน้าที่แล้วหลายครั้งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของอินเดียยืนยันการผ่อนคลายเคอร์ฟิวและคำสั่งคุมเข้มอีกหลายข้อในท้องที่ของรัฐชัมมูและกัศมีร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมทั้งย้ำต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ซึ่งหารือเรื่องแคชเมียร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2514 เมื่อวันศุกร์ ว่าสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ในเขตแดนของอินเดีย จึงถือเป็น “กิจการภายใน” ของรัฐบาลนิวเดลีเท่านั้น ท่ามกลางการประท้วงอย่างหนักของปากีสถาน เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือ “อาณาเขตทั้งหมด” ในแคชเมียร์ และจีนคัดค้าน “เนื้อหาบางตอน” อีก ทำให้ยูเอ็นเอสซีไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันได้

แม้ทั้งอินเดียและปากีสถานต่างยืนกรานไม่เคยละเมิดข้อตกลงซิมลา เมื่อปี 2515 ที่เป็นการกำหนด “แนวเส้นควบคุม” ( แอลโอซี ) ในแคชเมียร์ซึ่งเป็นเขตปลอดทหารและเส้นแบ่งเขตแดนในภูมิภาคแห่งนี้ “โดยปริยาย” แต่มีรายงานทหารของอินเดียและปากีสถานยิงตอบโต้กับข้ามแอลโอซีตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ส่งผลให้มีทหารของทั้งสองประเทศเสียชีวิต ทว่ายังไม่มีการเปิดเผยจำนวนอย่างเป็นทางการ.

เครดิตภาพ : AFP

จำนวนคนอ่าน 395 คน

CR:เดลินิวส์