ผู้นำอินเดียให้คำมั่น ‘พลิกฟื้น’ แคชเมียร์กลับมารุ่งเรือง

พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 14.50 น. เดลินิวส์

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ประกาศ “พลิกฟื้น” ภูมิภาคแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย หลังสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับหลายฝ่ายโดยเฉพาะปากีสถาน ด้วยการยกเลิก “สถานะพิเศษ” ของดินแดนแคชเมียร์ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลนิวเดลี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ว่านายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แถลงสุนทรพจน์ที่หน้าป้อมแดงในกรุงนิวเดลี เมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องในวาระเข้าสู่ปีที่ 73 ของการประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร ที่ตรงกับวันที่ 15 ส.ค. 2490 โดยสาระสำคัญของการกล่าวสุนทรพจน์ในปีนี้คือการยกเลิกมาตรา 370 ของรัฐธรรมนูญ เมื่อ 10 วันที่แล้วพอดี เพิกถอน “สถานะพิเศษ” ที่รวมถึงอำนาจในการปกครองตนเองของรัฐชัมมูและกัศมีร์ หรือภูมิภาคแคชเมียร์ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลนิวเดลี เพื่อเตรียมแบ่งเป็น “2 รัฐใหม่” ในอนาคต ว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน “การตัดสินใจนอกกรอบ” โดยรัฐบาลของเขา และนับตั้งแต่วินาทีที่ประธานาธิบดีราม นาถ โกวินท์ ลงนามใน “กฤษฎีกาฉุกเฉิน” เพื่อยกเลิกมาตราดังกล่าวและโลกสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับรอง สิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ “ความคิดใหม่” ในการปฏิรูปภูมิภาคนี้ เพื่อฟื้นฟูความสงบที่หายไปนานกว่า 70 ปีกลับคืนมา

ผู้นำอินเดียวัย 68 ปี ซึ่งชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ซึ่งมีขึ้นระหว่างเดือนเม.ย.ถึงพ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเช่นเดียวกับสมัยแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว กล่าวว่าในอนาคตรัฐชัมมูและกัศมีร์ และรัฐลาดักห์ที่จะเป็นการตัดพื้นที่ส่วนหนึ่งจากรัฐชัมมูและกัศมีร์ จะเป็นอนาคตที่เรืองรองสดใสของอินเดีย พร้อมทั้งให้คำมั่นพลิกฟื้นความเท่าเทียมทั้งในทางสังคมและเศรษฐกิจ ตอลดจนการสร้างความมั่นคงเป็นปึกแผ่นที่ตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษที่ผ่านมา “แทบไม่เคยเกิดขึ้น” ในรัฐชัมมูและกัศมีร์ “แบบเก่า”

ทั้งนี้ ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของโมดี รัฐบาลอินเดียประกาศเตรียมผ่อนคลายเคอร์ฟิวลงอีก “หลังวันพฤหัสบดี” แต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์จะยังคงใช้การไม่ได้ “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง”  และยืนยันว่าการยกเลิกมาตรา 370 ไม่มีผลกับแนวเส้นควบคุม ( แอลโอซี ) ที่เป็นแส้นแบ่งเขตแดนในแคชเมียร์ “โดยปริยาย” ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ที่นายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ลงพื้นที่เมืองมูซาฟฟาราบัด เมืองเอกของภูมิภาคอาซาด จัมมูและแคชเมียร์ เมื่อวันพุธ และกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานยื่นเรื่องร้องเรียน “การทำตามอำเภอใจ” ของอินเดีย ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) พิจารณาด้วย.

CR:เดลินิวส์