ศก.สหรัฐฯจ่อทรุด หลังพันธบัตรสหรัฐฯเกิดภาวะ inverted yield curve

15 ส.ค. 62 10:24 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯส่งสัญญาเตือนถึงนักลงทุน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ในวันนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังเข้าสู่สภาวะถดถอย

  โดยอัตราตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.065% ซึ่งลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นครั้งแรกที่อัตราตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลงมาใกล้หลุดระดับ 2% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 1.623% และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี อยู่ที่ระดับ 1.630% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ที่สหรัฐฯเกิดสภาวะบ่งชี้ inverted yield curve และบ่งชี้ได้ถึงสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯเข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างรุนแรง

  นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ได้ออกมาพูดถึงสถานการณ์ดังกล่าวโดยระบุว่า สหรัฐฯมีแนวโน้มมากสุดที่จะไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการลดลงของอัตราแลกเปลี่ยนพันธบัตรในระยะยาวในวันนี้นั้นอาจทำให้นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ไม่ได้บอกถึงความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจสหรัฐฯในอนาคต

  ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์การทำงานของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ และ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ และทำให้เกิดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve และอาจส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯในอนาคต

  โดย Inverted yield curve คือ ภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นสูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งในสหรัฐฯนั้นเคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในปี 2005 ซึ่งเกิดขึ้น 2 ปีก่อนที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องจากวิกฤตการเงิน ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าหลังจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve โดยเฉลี่ยราว 22 เดือน เศรษฐกิจสหรัฐก็จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา

CR:Efinancethai