โมดีป้องมาตรการ ‘จัดระเบียบ’ แคชเมียร์

ศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2562 เวลา 10.04 น. เดลินิวส์

นายกรัฐมนตรีอินเดียกล่าวปกป้อง “การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์” ในการยกเลิกสถานะพิเศษของภูมิภาคแคชเมียร์ ว่าเพื่อเป็นการ “กวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายและแบ่งแยกดินแดน” พร้อมทั้งให้คำมั่นฟื้นฟูความเจริญทุกด้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ว่านายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับการที่รัฐบาลประกาศ “กฤษฎีกาฉุกเฉิน” ในสัปดาห์นี้ ที่เป็นการยกเลิกสถานะพิเศษในการเป็นเขตปกครองตนเองของรัฐชัมมูและกัศมีร์ หรือภูมิภาคแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย แล้วเตรียมแบ่งเป็น 2 รัฐใหม่ในอนาคต คือรัฐชัมมูและกัศมีร์ที่จะมีขนาดเล็กลง และรัฐลาดักห์ ว่าคือ “การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์” ของรัฐบาลชาตินิยมฝ่ายขวาภายใต้การนำของพรรคภารติยะ ชนตะ ( บีเจพี ) ในการควบคุมและปราบปรามการก่อการร้ายและแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ด้วยการใช้ “ระบบใหม่” ที่จะพลิกโฉมภูมิภาคแห่งนี้ให้กลับมาพบกับความสันติสุข รุ่งเรือง สงบและสวยงามอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ผู้นำอินเดียกล่าวหาปากีสถานซึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ว่าคือการสะท้อนว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลอิสลามาบัดใช้ข้อพิพาทเรื่องแคชเมียร์เพื่อปลุกระดม ทั้งนี้ โมดีกล่าวด้วยว่าในอนาคตรัฐชัมมูและกัศมีร์อาจได้รับ “สถานะพิเศษ” กลับคืนได้ทุกเมื่อ ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุชัดว่ามาตรา 370 นั้นมีผลผูกพันทางกฎหมาย “เพียงชั่วคราว” แต่ผู้นำอินเดียไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แม้ยืนยันว่าอาณาเขตส่วนที่เป็นรัฐลาดักห์จะต้องอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลนิวเดลี การประกาศที่มีแนวโน้มสูงว่าจะสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลปักกิ่ง เนื่องจากอินเดียกับจีนยังคงมีข้อพิพาทกันเรื่องการปักปันเขตแดนของภูมิภาคลาดักห์ที่ยังไม่ลงตัว นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอินเดียจับกุมนักการเมืองท้องถิ่นที่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนและผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงท้องถิ่นในแคชเมียร์มากกว่า 500 คน อีกทั้งการสื่อสารยังคงตัดขาด

ด้านนายชาห์ มาห์มูด กูเรชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน กล่าวว่ารัฐบาลอิสลามาบัดจะไม่ใช้มาตรการทางทหารในการนี้ แต่จะใช้วิธีการทางการเมืองและการทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้คลี่คลาย “อย่างสันติ” อึ่ง ก่อนหน้านั้น 1 วัน ปากีสถานประกาศเนรเทศข้าหลวงใหญ่หรือเอกอัครราชทูตอินเดียประจำกรุงอิสลามาบัด และระงับการส่งข้าหลวงใหญ่คนใหม่ไปประจำกรุงนิวเดลี “อย่างไม่มีกำหนด” พร้อมทั้งลดระดับความร่วมมือทางการค้าระดับทวิภาคี การแบนภาพยนตร์จากอินเดียซึ่งเป็นวิธีการที่ทั้งสองฝ่ายใช้ตอบโต้กันมาแล้วหลายครั้ง กรณีมีข้อพิพาททางการเมืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องแคชเมียร์ที่ทั้งสองประเทศต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือ “ดินแดนทั้งหมด” และการรถไฟปากีสถานยังระงับบริการรถไฟสายหลักหลายเส้นทางกับอินเดียด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS, AFP

CR:เดลินิวส์