จีน จะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ขึ้นภาษีรอบใหม่ไม่มีเหตุผล

03 สิงหาคม 2562, 07:20 น.

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแผนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ ร้อยละ 10 รวมมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 9.27 ล้านล้านบาท ) เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน รอยเตอร์ รายงานอ้างนายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ(UN)ว่า รัฐบาลจีนประกาศจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด นายจาง พูดเรื่องนี้กับนักข่าวในนครนิวยอร์ก เมื่อวานนี้ ระบุว่ารัฐบาลจีนจำเป็นต้องปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เนื่องจาก การขึ้นภาษีครั้งใหม่ของนายทรัมป์เป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุผลและขาดความรับผิดชอบ

จุดยืนของประเทศจีนชัดเจนมากคือ ถ้าสหรัฐฯต้องการจะเจรจา รัฐบาลจีนก็จะเจรจาด้วย แต่ถ้าสหรัฐฯต้องการจะทำสงครามการค้าต่อไป ประเทศจีนก็จะตอบโต้เช่นกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าความตึงเครียดทางการค้าอาจจะกระทบความร่วมมือของจีนและสหรัฐฯในการผลักดันให้เกาหลีเหนือเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์ ด้านนักวิเคราะห์ ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯอาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 เมื่อวันพุธ

เพื่อช่วยปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐฯไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ การประกาศเตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ล่าสุด เป็นคนละส่วนกับอัตราร้อยละ 25 ที่บังคับใช้กับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 7.73 ล้านล้านบาท ) นายทรัมป์ ให้เหตุผลของการขึ้นภาษีรอบใหม่ว่า เป็นเพราะการเจรจาครั้งล่าสุดที่จีน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แทบไม่คืบหน้า และจีน ผิดสัญญา ในการเพิ่มปริมาณสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตจีนยิ่งอ่อนไหวมากขึ้นคิดเป็นมูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2562 เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การยกระดับของสงครามการค้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ คงต้องติดตามปี 2563 ซึ่งอาจจะได้เห็นปลายทางของสงครามการค้าที่ชัดเจนมากขึ้นช่วงครึ่งแรกของปี สงครามจิตวิทยาของสหรัฐฯที่มีต่อจีนและนานาชาติคงไม่จบง่าย สหรัฐฯอาจพุ่งเป้าไปที่ประเทศอื่นที่มีความเกี่ยวโยงทางธุรกิจกับจีน และมีผลทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบทางธุรกิจ และในปี 2563 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจและการค้าโลก จากนั้นทุกอย่างจะคลี่คลายมีภาพสดใสขึ้นในปี 2564 หากสหรัฐฯเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่

CR:Reuters

:JS100