เกาหลีใต้หวังขอเสียงอาเซียนสู้ปัญหาการค้ากับญี่ปุ่น

จันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.29 น.

รัฐบาลโซลหวังใช้เวทีประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ “ขอเสียงสนับสนุน” จากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อกรณีพิพาททางการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่านางคัง คยอง-ฮวา จะใช้โอกาสที่เธอเข้าร่วมกาประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) กับคู่เจรจา ที่กรุงเทพมหานครในสัปดาห์นี้  ซึ่งหนึ่งในการประชุมกลุ่มย่อยคือการประชุม “อาเซียนบวกสาม” ร่วมกับจีนและญี่ปุ่น เน้นย้ำ “ความสำคัญของการค้าที่เสรีและเป็นธรรม” พร้อมทั้งเผยด้วยว่ารัฐบาลโซลมี “แผนยุทธศาสตร์การค้า” ในการขยายเครือข่ายการเป็นพันธมิตรการค้าเพื่อให้สอดคล้องกับ “จิตวิญญาณของอาเซียน” ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างภูมิภาคที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจเป็นสำคัญอยู่แล้ว

ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์การเตรียมการดังกล่าวของรัฐบาลโซล คือการขอแรงสนับสนุนจากอาเซียนให้เหมือน “เลือกข้าง” ในข้อพิพาทการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ยกระดับมาตรการเข้มงวดในการส่งออกเคมีภัณฑ์หลายชนิด และวัตถุดิบทันสมัยที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่รวมถึงชิป และหน้าจอสมาร์ทโฟนไปยังเกาหลีใต้ ซึ่งญี่ปุ่นยืนยันว่าไม่ละเมิดกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก ( WTO ) เนื่องจากไม่ใช่การระงับค้าขายอย่างเด็ดขาด เพียงแต่มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นให้ผู้ประกอบการของญี่ปุ่นซึ่งต้องการส่งออก “สินค้าควบคุม” ไปยังเกาหลีใต้ ต้องทำเรื่องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐก่อนเท่านั้น แม้อาจต้องใช้เวลาเดินเรื่องนานถึง 90 วันก็ตาม

ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้หารือกันอย่างเป็นทางการครั้งหนึ่งในระดับเจ้าหน้าที่แต่ล้มเหลว ส่วนนายทาโร โคโนะ รมว.กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวระหว่างพบหารือกับนายนัม กวาน-พโย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงโตเกียว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัฐบาลโซลต้องเป็นฝ่าย “เรียกคืนความเชื่อมั่น” เนื่องจากเป็นผู้จุดชนวนปัญหาครั้งนี้เอง โดยข้อพิพาทเรื่องแรงงานทาสสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั้น  “ยุติไปนานแล้ว” ตั้งแต่การลงนามร่วมกันในข้อตกลงเมื่อปี 2508 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ทั้งสองประเทศฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันด้วย แต่ศาลฎีกาในกรุงโซลกลับมีคำพิพากษาเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ให้บริษัทของญี่ปุ่น 2 แห่ง คือ “นิปปอน สตีล” และ “มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์” ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวของแรงงานทาสที่ถูกบริษัททั้งสองแห่ง “ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง” อีก สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่ญี่ปุ่น.

เครดิตภาพ : AFP

CR:เดลินิวส์