อาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.27 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่าคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNESCO ) มีมติในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู เมื่อวันเสาร์ ขึ้นทะเบียนเมืองพุกาม ในเขตมัณฑะเลย์ ทางตอนกลางของเมียนมา ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ เมียนมาเสนอชื่อเมืองพุกามให้ยูเนสโกพิจารณาตั้งแต่ยุครัฐบาลทหาร เมื่อปี 2538 แต่ยูเนสโกยังคงปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า ทางการเมียนมายังไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ในการบูรณะปฏิสังขรณ์ และบำรุงรักษาโบราณสถานในเมืองพุกาม ที่รวมถึงวัดและพระสถูปเจดีย์ซึ่งมีรวมกันมากกว่า 3,500 แห่ง “อย่างถูกวิธี”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมาเพิ่มความจริงจังในการปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งจากผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโกและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมากขึ้น นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจเข้าสู่ยุครัฐบาลทหารกึ่งพลเรือนของอดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เมื่อปี 2554 และเมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี ก็มีการสานต่องานเรื่อยมา แม้หยุดชะงักเมื่อเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในช่วงปี 2559 สร้างความเสียหายให้กับโบราณสถานในเมืองพุกามเกือบ 200 แห่ง ขณะที่นายจอว์ เซยา หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของเมียนมาในการประชุมครั้งนี้ กล่าวขอบคุณผลการลงมติของคณะกรรมการ และให้คำมั่นเรือ่งการรักษาเมืองพุกามให้เป็นมรดกโลก “ที่มีชีวิต” ต่อไป

ทุ่งไหหิน

เมืองชัยปุระ
ทั้งนี้ นอกจากเมืองพุกามแล้ว ยังมีมรดกโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก 2 แห่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกในวันเดียวกัน คือทุ่งไหหิน ในแขวงเชียงขวาง ทางเหนือของลาว อยู่ในประเภทมรดกโลกทางวัฒนธรรม เช่นเดียวกับเหมืองอมบิลิน ที่เมืองซาวาห์ลุนโต ในจังหวัดสุมาตราตะวันตกของอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีสถานที่อีกมากกว่า 10 แห่งได้รับการขึ้นทะเบียนในวันเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ เมืองชัยปุระ เมืองเอกของรัฐราชาสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “นครสีชมพู” จากการที่สถาปัตยกรรมหลักของเมืองหลายแห่งได้รับการทาสีชมพู เพื่อแสดงไมตรีจิตรต่อการเสด็จเยือนของสมาชิกระดับสูงในราชวงศ์วินด์เซอร์ของสหราชอาณาจักร คือเจ้าชายแห่งเวลส์ ที่ต่อมาคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 เมื่อปี 2419 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเช่นกัน.
เครดิตภาพ : AFP,Getty Images
แหล่งที่มา: https://www.dailynews.co.th/foreign/718967
