วันที่ 4 July 2019 – 19:46 น

สำนักข่าว ซินหัว สื่อทางการของจีน รายงานว่า “หลี่ เค่อเฉียง” นายกรัฐมนตรีของจีน ได้กล่าวบนเวทีงานประชุมระดับโลกของ “เวิล์ด อีโคโนมิก ฟอรั่ม” (WEF) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า “Summer Davos Forum” ที่เมืองต้าเหลียน (Dalian) มณฑลเหลียวหนิง
นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง กล่าวถึงความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และการขยายตัวของภาคธุรกิจที่มากขึ้นในอนาคต โดยย้ำว่า “การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดโลก” โดยเป็นการพูดคุยกับ “เคลาส์ ชวาบ” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร WEF บนเวที ท่ามกลางผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ซึ่งเป็นตัวแทนระดับโลกทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การเงิน และกลุ่มคลังสมองจากหน่วยงานต่างๆ และผู้สื่อข่าว
นายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวว่า “เราพยายามที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีให้กับนักลงทุน โดยจะยึดหลักนิติธรรมและเปิดกว้างต่อภาคธุรกิจอย่างโปร่งใส และยืนยันว่าจีนจะลดกฏเกณฑ์การถือหุ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ และคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปลายปีนี้”

นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมมากขึ้นแล้ว จีนพยายามที่จะเสริมสร้างการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาด้วย
นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า ท่ามกลางการชะลอตัวของการลงทุนจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เรากลับเห็นว่าการลงทุนจากต่างประเทศในจีน ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% เมื่อเปรียบเทียบแบบปีต่อปี
ทั้งนี้ เขายังกล่าวด้วยว่า การเติบโตของการลงทุนจากต่างประเทศในระบบอุตสาหกรรมโลกาภิวัฒน์ (globalized industrial system) และตลาดที่มีศักยภาพมหาศาลอย่างจีน จึงพูดได้ว่า “จีนเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงในห่วงโซ่อุตสาหกรรมในระดับโลก”
ขณะที่ นายหลี่ กล่าวเพิ่มว่า จีนมีความพยายามอย่างมากที่จะเปิดกว้างต่อภาคธุรกิจ, รักษาระดับในการแข่งขันอย่างเป็นธรรม รวมทั้งจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ
นายกฯ จีน ได้กล่าวถึงการเปิดตัว “ภาคการเงิน” ระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งยังคงดำเนินการตามขั้นตอนใหม่ๆ เพื่อทำให้ภาคการเงินมีส่วนช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจมากขึ้น โดยยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศเพิ่มความพยายามที่จะเปิดกว้างและรักษาการแข่งขันที่เป็นธรรม รวมถึงปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ
“แม้ว่าจีนจะเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ลดลง แต่จีนก็พยายามรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้ดีที่สุดในทุกๆ ทางที่สามารถทำได้ เราได้รักษาเสถียรภาพของนโยบายการเงินโดยมีการปรับปรุงอย่างเหมาะสมและทันเวลา รวมทั้งการรักษาอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนให้มีเสถียรภาพโดยทั่วไปในระดับที่เหมาะสมและสมดุล ซึ่งยืนยันว่าจีนไม่ใช้มาตรการ ‘บิดเบือนค่าเงิน’ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการค้าใดๆ” หลี่ เค่อเฉียง กล่าว

นายหลี่ ย้ำว่า ภาคบริการของจีนเติบโตมากกว่าธุรกิจอื่นๆ แต่ก็ยอมรับว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเจอแรงกดดันอย่างหนัก จากความไม่แน่นอนในต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนยังสามารถไปต่อได้
และที่น่าชื่นชมก็คือ นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า “รัฐบาลควรใช้นโยบายลดภาษี เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนของเรา แต่ก็ต้องมั่นใจด้วยว่ารัฐบาลเองก็ต้องรัดเข็มขัดอย่าใช้จ่ายมากเกินจำเป็น คือต้องสร้างสมดุลในด้านรายจ่ายที่ช่วยเหลือประชาชนกับรายจ่ายภาครัฐ”
โดยยืนยันว่า ได้พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงหลายราย โดยผู้บริหารเหล่านั้นเห็นพ้องกันว่า “การลดภาษีครั้งใหญ่และลดค่าธรรมเนียมเป็นมาตรการที่ได้ประโยชน์มากที่สุด” ดังนั้น รัฐบาลจีนก็พร้อมที่จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดภาษีในอนาคตในใกล้นี้ ขณะเดียวกัน จีนยังคงเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้เท่าเดิม นั่นคือในระดับที่ 6 – 6.5% เชื่อว่าเราจะทำได้แน่นอน
แหล่งที่มา : https://www.prachachat.net/world-news/news-346385
