ส่องความสำคัญ ‘ทะเลแดง’ ต่อการค้าโลก หลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าไม่เลือกหน้า

20 ธ.ค. 2566 เวลา 13:00 น./กรุงเทพธุรกิจ

Key Points

  • บริษัทเรือสินค้าที่ถูกโจมตีก็มีตั้งแต่ Mediterranean Shipping Company (MSC), A.P. Moller-Maersk, British Petroleum (BP) ฯลฯ
  • หลายคนอาจคิดว่า ชื่อ “ทะเลแดง” น้ำคงเป็นสีแดงฉาน แต่จริงๆ แล้ว ทะเลแดงมีสีน้ำเงินอมเขียว ในบางช่วงมีสาหร่ายในทะเลนี้เป็นจำนวนมากได้ตายลง จึงเปลี่ยนน้ำทะเลบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง
  • ทะเลแดงถือเป็นตัวเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจ “เอเชีย” กับ “ยุโรป” เข้าด้วยกัน โดย 10% ของการค้าโลกต้องผ่านทะเลแดงนี้

จากเหตุกลุ่มติดอาวุธ “ฮูตี” ของเยเมน ซุ่มโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดงโดยไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งใช้ตั้งแต่โดรน และขีปนาวุธ แม้ทางกลุ่มฮูตีเผยเหตุผลการโจมตีนี้ว่า เพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาส และสกัดการขนส่งสินค้าต่างๆ ที่จะเป็นการค้าขายกับอิสราเอล แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยในหมู่บริษัทชิปปิงทั่วโลกไปแล้ว

สำหรับบริษัทเรือสินค้าที่ถูกโจมตีก็มีตั้งแต่ Mediterranean Shipping Company (MSC) บริษัทขนส่งตู้ทางเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์, A.P. Moller-Maersk บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือของเดนมาร์ก, British Petroleum (BP) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน สัญชาติอังกฤษ ฯลฯ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ประกาศระงับเดินเรือในทะเลแดงเป็นการชั่วคราว และหันไปวิ่งอ้อม “แหลมกู๊ดโฮป” ของแอฟริกาใต้ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา ทำให้กินระยะทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 6,000 กิโลเมตร และมีระยะเวลาเพิ่มขึ้นกว่า 10 วันแทน

นั่นจึงกลายเป็นจุดน่าสนใจว่า หากทะเลแดงซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทวีปแอฟริกา และทวีปเอเชีย และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือแห่งสำคัญที่สุดของโลก เกิดความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานจนกลายเป็นอัมพาตขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกอย่างไรบ้าง

  • ชื่อทะเลแดง แต่น้ำไม่แดง

หลายคนอาจคิดว่า ชื่อ “ทะเลแดง” (Red Sea) น้ำคงเป็นสีแดงฉาน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ทะเลแดงมีสีน้ำเงินอมเขียว แต่ในบางช่วง มีสาหร่าย Trichodesmium erythraeum ที่เติบโตอยู่ในทะเลนี้เป็นจำนวนมากได้ตายลง จึงเปลี่ยนน้ำทะเลบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง จนกลายเป็นชื่อ “ทะเลแดง”

– ความสวยงามของทะเลแดง (เครดิต: Shutterstock) –

ทะเลนี้มีความสำคัญต่อการขนส่งมาก เพราะเรือสินค้าจากเอเชียจะเข้าตลาดยุโรป และอิสราเอล ต้องวิ่งผ่านมหาสมุทรอินเดีย เข้าสู่ “ช่องแคบบับเอลมันเดบ” (Bab-el-Mandeb Strait) ที่แคบมาก กว้างเพียง 32 กิโลเมตร โดยช่องแคบนี้มีเกาะ Perim Island อยู่ตรงกึ่งกลางที่แบ่งทางเดินออกเป็น 2 ช่อง ช่องฝั่งตะวันตก กว้าง 26 กิโลเมตร กับช่องฝั่งตะวันออก กว้าง 3 กิโลเมตร

หลังจากเรือสินค้าผ่านช่องแคบนี้แล้ว ก็จะวิ่งในทะเลแดงต่อไปที่คลองสุเอซของอียิปต์ เพื่อเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เชื่อมกับท่าเรือยุโรป และอิสราเอล เส้นทางสายดังกล่าวนี้ ถือเป็นตัวเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจ “เอเชีย” กับ “ยุโรป” เข้าด้วยกัน โดย 10% ของการค้าโลกต้องผ่านทะเลแดงนี้

Cr : กรุงเทพธุรกิจ