วันที่ 18 ธันวาคม 2566 – 13:33 น./ประชาชาติธุรกิจ

ผู้นำญี่ปุ่นและผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังรถญี่ปุ่นเสียส่วนแบ่งตลาดอาเซียนให้รถจีน
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2023 สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-JAPAN) สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-ญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว ซึ่งมีผู้นำ 9 จาก 10 ประเทศในอาเซียนเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคม 2023 ผู้นำญี่ปุ่นและผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เห็นพ้องที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
“การประชุมสุดยอดครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับญี่ปุ่นและอาเซียนในการไตร่ตรองถึงความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น มองดูปัจจุบันของกันและกัน และเพื่อหารือถึงอนาคตร่วมกันของพวกเรา” นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ (Funio Kishida) ของญี่ปุ่นกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุม
คิชิดะกล่าวเสริมว่า การประชุมได้แสดงแผนงานที่แข็งแกร่งสำหรับความร่วมมือในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่ “การร่วมกันสร้างสรรค์” เพื่อความก้าวหน้าของเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนสันติภาพและเสถียรภาพ
ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ประชุมได้เปิดตัวสิ่งที่เรียกว่า “โครงการริเริ่มร่วมสร้างสรรค์อาเซียน-ญี่ปุ่นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคต่อไป” เป็นเส้นทางที่ตกลงร่วมกันในการเรียกร้องให้มีการร่วมกันพัฒนา “แผนแม่บท” สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ การประสานงานนโยบายเพื่อ “ลดคาร์บอนในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด” และสร้าง “ห่วงโซ่อุปทานที่ทนทานและเชื่อถือได้”
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอุตสาหกรรมยานยนต์มีมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ณ ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นยังคงใช้งานฐานการผลิตในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทยและอินโดนีเซีย
ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่ที่สะอาดขึ้น หลายประเทศในอาเซียนต่างกระตือรือร้นที่จะคว้าโอกาสนี้ อย่างเช่น อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายที่จะใช้ประโยชน์จากการเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญซึ่งจำเป็นสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อิงตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุ นายกฯคิชิดะของญี่ปุ่นกล่าวในระหว่างการประชุมสุดยอดนวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคมว่า วัตถุประสงค์ของความคิดริเริ่มใหม่นี้ คือ “การทำให้แน่ใจว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ของอาเซียนยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของโลก เมื่อเผชิญกับการแข่งขันระดับนานาชาติที่เข้มข้นสำหรับยานยนต์ยุคถัดไป”
การเกิดขึ้นของเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ ๆ ก่อให้เกิดความท้าทายสำหรับญี่ปุ่นเช่นกัน แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีนได้ขยายกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ญี่ปุ่นในตลาดอาเซียนลดลงจาก 77% ในปี 2019 เหลือ 73% ในปี 2022อิง ตามข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ของญี่ปุ่น
ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ของไทยได้เชิญชวนให้ญี่ปุ่นลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เพื่อการพัฒนาระบบนิเวศ EV ในกลุ่มอาเซียน
ทั้งนี้ ภายใต้แผนปฏิบัติการที่ตกลงร่วมกัน ญี่ปุ่นและอาเซียนยังมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นด้วยการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงแหล่งแร่ธาตุสำคัญที่หลากหลาย ซึ่งจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหมและการแลกเปลี่ยนระหว่างกันผ่านกรอบการดำเนินงานที่นำโดยกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนพลัส ควบคู่ไปกับความริเริ่มอาเซียน-ญี่ปุ่น ซึ่งด้านที่จะมีความร่วมมือกัน ได้แก่ การเสริมสร้างขีดความสามารถ อุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการทหาร การฝึกอบรมและการฝึกซ้อมร่วมกัน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ในด้านความมั่นคงทางทะเล อาเซียนและญี่ปุ่นมุ่งมั่นที่จะรับประกันการระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล 1982
ทั้งนี้ หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกับจีนในทะเลจีนใต้ แต่คำแถลงดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงทะเลหรือประเทศใดเป็นพิเศษ
Cr : ประชาชาติธุรกิจ
