การบูรณาการที่กลมกลืนระหว่างความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นอยู่ที่ดีของสิ่งแวดล้อมเป็นเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน

รีเบคก้า ซานต้า มาเรีย[1]
นครซานฟรานซิส สหรัฐอเมริกา
14 พฤศจิกายน 2023

ไม่ใช่เรื่องของการเลือกระหว่างเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรืองกับสภาพแวดล้อมที่ดี แต่เป็นการค้นหาการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนโดยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน

การแสวงหาการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเราไม่ได้แยกจากกัน เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน ต่างพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อความสำเร็จในระยะยาว

ก่อนที่จะรับบทบาทนี้ที่สำนักเลขาธิการเอเปค ดิฉันเคยเป็นเลขาธิการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของประเทศมาเลเซีย ในฐานะนั้น ดิฉันได้เห็นตัวอย่างการลงทุนโดยตรงทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและชุมชน เช่นเดียวกันกับบางส่วนที่แม้จะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่จำเป็น แต่ก็ยังส่งผลกระทบเชิงลบโดยไม่ได้ตั้งใจต่อชุมชนโดยรอบ ด้วยการพลัดถิ่นและการสูญเสียของการดำรงชีวิต ความพยายามในการสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมของเราถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้กำหนดนโยบาย แม้ว่าเราทุกคนจะตระหนักมากขึ้นว่าการตัดสินใจนั้นไม่สามารถแบบทวิภาคได้

ความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสมบูรณ์ของเศรษฐกิจของเรา ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพโลกและการพัฒนาจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง คำถามไม่ควรอยู่ที่ว่าเราจะมีทั้งสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจได้หรือไม่ มันควรจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการประสบความสำเร็จ

เอเปคเป็นเวทีชั้นนำสำหรับการอำนวยความสะดวกค่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นที่รับรู้ตั้งแต่ต้น ผู้นำเศรษฐกิจมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 1993 เมื่อพวกเขาพบกันครั้งแรกบนเกาะเบลก นอกเมืองซีแอตเทิล ปฏิญญาผู้นำในปีนั้นมองการพัฒนาภูมิภาคที่ซึ่ง “สภาพแวดล้อมของเราได้รับการปรับปรุงเมื่อเราปกป้องคุณภาพอากาศ น้ำและพื้นที่สีเขียวของเรา และจัดการแหล่งพลังงานและทรัพยากรหมุนเวียนของเราเพื่อให้มั่นใจถึงการเติบโตที่ยั่งยืนและมอบอนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อประชากรของเรา”

สิ่งที่ฉันคิดว่าน่าสนใจเกี่ยวกับข้อความ นั้นคือการใช้คำเชื่อม “และ” เป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้นำรับรู้ว่าเราทำทั้งสองอย่างได้อย่างไร

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า เอเปคจะดำเนินโครงการริเริ่มต่าง ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของเรา ตั้งแต่การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับนโยบายมลพิษและการควบคุมไมโครพลาสติกในทะเล และเพื่อต่อสู้กับการประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งขาดการติดตามและไร้การควบคุม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนประมง รวมถึงสร้างความเสียหายให้กับความไม่มั่นคงด้านอาหารทั่วโลก

เอเปคดำเนินงานผ่านสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ โดยมีรัฐบาลหลายระดับ ครอบคลุมขั้นตอนการทำงานหลายสิบขั้นตอน ซึ่งส่วนใหญ่หรือโดยทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ขอบเขตอันกว้างใหญ่นี้ทำให้ยากต่อการติดป้ายและวางแผนงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเวทีนี้ แต่พอจะกล่าวได้ว่าโครงการและความริเริ่มต่าง ๆ ของเอเปคเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในความเป็นจริง ในช่วงสัปดาห์ผู้นำ ณ นครซานฟรานซิสโก กลุ่มผู้มีส่วนร่วมของเอเปค ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ภาคประชาสังคม คนพื้นถิ่น สตรีและกลุ่มที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีส่วนร่วม ได้พูดคุยกันในหัวข้อนี้ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงที่ยุติธรรม” (just transition)

โครงการริเริ่มที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของเอเปค ได้แก่ รายการสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมที่มีภาษีลดลง (the list of environmental goods with reduced tariffs) ซึ่งริเริ่มโดยเอเปคและขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเป็นข้อตกลงสินค้าสิ่งแวดล้อมขององค์การการค้าโลก (WTO) และแรงผลักดันในการปลูกป่าในภูมิภาคให้ครอบคลุมถึง 27.9 ล้านเฮกตาร์ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา คือ แนวคิด Bio-Circular-Green หรือเศรษฐกิจแบบ BCG ที่รวมอยู่ในการสนทนาของเอเปคในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว BCG ถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์การเติบโตหลังการแพร่ระบาด โดยการนำวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศของเราและลดของเสียเพื่อสร้างระบบที่รัฐบาลและธุรกิจสามารถเจริญเติบโตได้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนความพยายามระดับโลกในการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมเพื่อโลกที่ยั่งยืนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ผู้นำเอเปคได้ปลูกฝัง BCG ไว้ในเครือข่ายกิจกรรมของเราอย่างเป็นทางการ โดยยึดมั่นในสิ่งที่เราเรียกว่าเป้าหมายกรุงเทพฯ (Bangkok Goals)

สหรัฐอเมริกาในฐานะเจ้าภาพเอเปคในปีนี้ ที่ประชุมกำลังกำหนดเป้าหมายกรุงเทพฯ ผ่านหัวข้อ “การสร้างอนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนสำหรับทุกคน” (Creating a resilient and sustainable future for all) สิ่งนี้อยู่เหนือไปกว่าเรื่องวาทศิลป์ ในขณะที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำโครงการและความคิดริเริ่มที่เกี่ยวข้อง 30 โครงการในกระแสงานของเอเปคเพื่อยกระดับลำดับความสำคัญของเราสำหรับการเติบโตสีเขียว การเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงพลังงานสะอาด สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันในการดูแลภูมิภาคสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ว่ากันว่าโลกเราเพิ่งเข้าสู่ยุคแอนโทรโปซีน (Anthropocene) ซึ่งเป็นยุคทางธรณีวิทยา สิ่งที่เราตัดสินใจทำจะมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของทุกสิ่งบนโลกไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม สมาชิกเศรษฐกิจของเราจวนจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ อย่างน้อยที่สุด เรายังมีโอกาสเลี่ยงวิกฤติการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเราและอาจสร้างยุคที่มนุษยชาติจะเจริญรุ่งเรือง ในขณะที่มีทัศนคติเชิงบวกด้วยซ้ำและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในเอเปค เราต้องการให้แน่ใจว่าเราอยู่ในทางที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์

แปลและเรียบเรียงจาก

Maria, Rebecca Sta. (14 November 2023). The Path to a Sustainable Future is a Harmonious Integration between Prosperity and Environmental Well-being. Retrieved from https://www.apec.org/press/blogs/2023/the-path-to-a-sustainable-future-is-a-harmonious-integration-between-prosperity-and-environmental-well-being

แปลและเรียบเรียงโดย

นายศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ
นักวิจัยสถาบันอาณาบริเวณศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


[1] ดร.รีเบคก้า ซานต้า มาเรีย (Rebecca Sta Maria) เป็นผู้อำนวยการบริหารของสำนักเลขาธิการเอเปค (APEC Secretariat)