การค้าโลกส่อเค้าโตเฉลี่ย 2.3% ช่วง 10 ปีหน้า สงครามยูเครนเปลี่ยนขั้วการค้า

18 ม.ค. 64 8:14น./สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (Boston Consulting Group – BCG) ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ระดับโลกคาดการณ์ว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ การค้าระหว่างประเทศจะขยายตัวช้ากว่าเศรษฐกิจโลก เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้การเป็นพันธมิตรด้านการค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของการค้าข้ามพรมแดน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานของ BCG ซึ่งระบุว่า อัตราการขยายตัวรายปีของการค้าโลกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2.3% ไปจนถึงปี 2574 เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 2.5% โดยเฉลี่ยในทุก ๆ ปีไปจนถึงปี 2574

ในช่วงเวลา 10 ปีก่อนโรคโควิด-19 แพร่ระบาดนั้น การค้าระหว่างประเทศปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับอัตราการขยายตัวของ GDP ทั่วโลก แต่รายงานของ BCG คาดการณ์ว่า ระบบโลกาภิวัตน์ของการค้าโลกจะเผชิญภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อและรุนแรงที่สุดนับตั้งการองค์การการค้าโลก (WTO) ก่อตั้งขึ้นในช่วงกว่า 25 ปีที่ผ่านมา

“หลังจากสภาพแวดล้อมด้านการค้าทั่วโลกมีความมั่นคงมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ขณะนี้เรากำลังอยู่ท่ามกลางพลวัตของสองขั้วแห่งโลกฝั่งตะวันออกและโลกฝั่งตะวันตกยุคใหม่ ซึ่งหมายถึงประชาคมที่นำโดยสหรัฐและสหภาพยุโรป และประชาคมที่นำโดยจีนและรัสเซีย ประกอบกับการปรากฏขึ้นของประชาคมกลุ่มที่ 3 ซึ่งหมายถึงประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” นิโคลัส แลง กรรมการผู้จัดการของ BCG กล่าว โดยเขามีส่วนร่วมในการเขียนรายงานฉบับนี้

ทั้งนี้ รายงานของ BCG คาดการณ์ว่าจะมีทั้งผู้ที่ได้เปรียบและเสียเปรียบจากการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกในอีก 9 ปีข้างหน้าดังนี้;

– สหภาพยุโรป (EU) จะทำการค้ากับสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.38 แสนล้านดอลลาร์ โดยแรงผลักดันส่วนใหญ่จะมาจากการที่สหรัฐส่งออกพลังงานให้กับยุโรป นอกจากนี้ ยุโรปจะขยายการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอินเดีย

– การค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะลดลง 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์

– การขยายตัวด้านการค้าระหว่าง EU และจีนจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจะขยายตัวเพียง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่ง BCG มองว่าเป็นการขยายตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้

– การค้าระหว่างรัสเซียกับจีนและอินเดียจะขยายตัว 1.10 แสนล้านดอลลาร์ และการค้าเฉพาะรัสเซียกับจีนนั้น จะเติบโตถึง 9 หมื่นล้านดอลลาร์

– ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นกลุ่มประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุด โดยคาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการทำการค้าใหม่ ๆ กับจีน ญี่ปุ่น สหรัฐ และ EU คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์

– การค้าระหว่างกลุ่มอาเซียนกับจีนจะขยายตัว 4.38 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขยายตัวภายในภูมิภาคที่แข็งแกร่งที่สุด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ม.ค. 66)