กษัตริย์มาเลเซียเผชิญแรงกดดันหลังถูกเรียกร้องให้อภัยโทษ “นาจิบ ราซัค”

สำนักข่าวไทย

กลุ่มผู้สนับสนุนนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กำลังรอคอยการตัดสินใจของสมเด็จพระราชาธิบดีอัล-สุลต่าน อับดุลเลาะห์ กษัตริย์มาเลเซีย หลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนหลายร้อยคนเหล่านี้ได้ยื่นถวายฎีกาต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ เพื่อขอการอภัยโทษให้กับนายนาจิบ โดยผู้สนับสนุนอ้างถึงเกียรติและคุณูปการที่นายนาจิบมีต่อประเทศมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกามาเลเซียพิพากษายืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยระบุว่า นายนาจิบมีความผิดจริงในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (1MDB) โดยมีโทษจำคุก 12 ปี ส่งผลให้นายนาจิบเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซียที่ต้องรับโทษจำคุก

หลังจากนั้นเพียงวันเดียว กลุ่มผู้สนับสนุนนายราจิบกว่า 300 คนได้เดินทางมาถวายฎีกาที่บริเวณหน้าพระราชวังเพื่อขอให้กษัตริย์อับดุลเลาะห์อภัยโทษให้กับนายนาจิบ ขณะที่กลุ่มต่อต้านนายนาจิบได้สร้างแคมเปญบนออนไลน์เพื่อเรียกร้องไม่ให้กษัตริย์อับดุลเลาะห์อภัยโทษให้กับนายนาจิบ โดยกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการลงโทษผู้นำมาเลเซียที่ก่อคดีทุจริตโดยไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด ซึ่งขณะนี้มีประชาชนเกือบ 1 แสนคนลงชื่อสนับสนุนการไม่ให้อภัยโทษแก่นายนาจิบ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กษัตริย์มาเลเซียมีบทบาทสำคัญที่จะสามารถชี้ชะตาของนายนาจิบ และอาจทำให้พระองค์เผชิญกับแรงกดดันจากวิกฤตการณ์การเมืองในขณะนี้ เพราะสำหรับกษัตริย์อับดุลเลาะห์แล้ว การอภัยโทษให้กับนักการเมืองที่มีอัตราโทษสูงเช่นนี้ อาจเสี่ยงที่จะสร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ นายนาจิบยังไม่ได้ยื่นขอรับการอภัยโทษ แต่หากเขาได้รับพระบรมราชานุญาต ก็จะช่วยให้เขารอดการถูกจำคุก 12 ปี ซึ่งจะเปิดทางให้เขาสามารถกลับมาลงสนามการเมืองได้อีกครั้ง

นายอาวัง อัซมาน ปาวี ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมาลายา (University Malaya) กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า “กษัตริย์อับดุลเลาะห์จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยไม่สร้างความไม่สบายใจให้กับชาวมาเลเซีย เนื่องจากนายนาจิบเพิ่งจะเข้าไปอยู่ในเรือนจำได้ไม่นาน ส่วนกรณีการอภัยโทษนั้นอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากนายนาจิบจะเผชิญการพิจารณาคดีอื่น ๆ อีก 4 คดีที่เกี่ยวกับกองทุน 1MDB ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีอื้อฉาวทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในโลก”

ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายนาจิบได้จัดตั้งกองทุน 1MDB วงเงิน 6.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย แต่ต่อมากระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลเซียได้ยักยอกเงินราว 4.5 พันล้านดอลลาร์จากกองทุน 1MDB ในระหว่างปี 2552-2557 จนนำไปสู่การสอบสวนนายนาจิบ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์