เอเปคกับการแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนและการปรับปรุงความยืดหยุ่นของภูมิภาค

16 สิงหาคม 2022 สำนักงานเลขาธิการเอเปค, สิงคโปร์

เจ้าหน้าที่ของเอเปคกำลังประชุมท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน เพื่อร่วมมือกันและมุ่งเน้นที่การสร้างอนาคตที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมมากขึ้นสำหรับภูมิภาค

กลุ่มการประชุมทางเทคนิคของเอเปคครั้งที่ 3 (The third APEC technical meeting) กำลังดำเนินการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ (ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือประมาณ 700 กิโลเมตร) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้กำหนดนโยบาย เจ้าหน้าที่ และผู้แทนภาคเอกชนกว่า 2,000 คนจาก 21 เขตเศรษฐกิจ

กลุ่มการประชุมจะสิ้นสุดลงในส่วนของเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM) ระหว่างวันที่ 30–31 สิงหาคม โดยมีนายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค 2022 เป็นประธาน การประชุมนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของเอเปคจะเตรียมตัวสำหรับสัปดาห์ผู้นำในวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2022

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวร้อยละ 3.4 ก่อนที่จะชะลอตัวลงอีกร้อยละ 2.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2023 สถานการณ์เดียวกันนี้ในภูมิภาคเอเปค มีรายงานล่าสุดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคจะเติบโตช้ากว่าที่คาดไว้ที่ร้อยละ 2.5 ในปีนี้และร้อยละ 3.4 ในปี 2023

“เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งในการเป็นผู้กำหนดนโยบาย เราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น เพราะนี่คือกุญแจสำคัญในการพิสูจน์อนาคตของภูมิภาคจากวิกฤตต่าง ๆ” ดร.รีเบคก้า สตา มาเรีย (Dr. Rebecca Sta Maria) กรรมการบริหารของสำนักเลขาธิการเอเปคกล่าว

“ความไม่แน่นอนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ล่าสุดนำมาซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดความไม่ไว้วางใจในโลกาภิวัตน์ สถาบันพหุภาคี รวมทั้งความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน” เธอกล่าวเสริม

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งได้แพร่ขยายไปสู่เวทีพหุภาคี แต่ก็ไม่ควรส่งผลต่อการรวมตัวกันของสมาชิกเอเปคเพื่อป้องกันภัยร่วมกันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะไม่ได้รับการแก้ไขหรือจัดการโดย โลกแบ่งออกเป็นกลุ่มที่แตกแยกกัน”

ก่อนการประชุมทางเทคนิคและการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปคในเดือนพฤศจิกายน 2022 ดร.สตา มาเรียย้ำว่าเอเปคจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจโลกให้กลับคืนมา ด้วยการเสริมสร้างการประสานงานด้านนโยบายและความร่วมมือระดับภูมิภาค เมื่อนำนโยบายความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจมาใช้ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นใจ ความโปร่งใสและการคาดการณ์ทางการค้าได้

การประชุมระดับรัฐมนตรีและการประชุมระดับสูงจะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับกลุ่มการประชุมทางเทคนิค ดังนี้

การประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวเอเปค (The APEC Tourism Ministerial Meeting) จะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 19 สิงหาคม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทยเป็นประธาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของโรคระบาดที่มีต่ออุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว การประชุมจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างใหม่และคิดใหม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในอนาคต ทำให้มีความครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในประเทศของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว

การประชุมรัฐมนตรีรับผิดชอบป่าไม้ของเอเปค (The APEC Meeting of Ministers Responsible for Forestry) จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 24 สิงหาคม โดยจะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ เช่น การต่อต้านการตัดไม้อย่างผิดกฎหมายและการค้าที่เกี่ยวข้อง การต่อต้านการค้าผลิตภัณฑ์จากป่าที่เก็บเกี่ยวอย่างผิดกฎหมาย การเสริมสร้างความร่วมมือด้านป่าไม้ในภูมิภาค ตลอดจนการพัฒนางานด้านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน การอนุรักษ์และการฟื้นฟู

การประชุมระดับสูงของเอเปกด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ (The APEC High-Level Meeting on Health and the Economy) จะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม โดยเน้นไปที่การสนับสนุนการเตรียมพร้อมรับมือสำหรับการระบาดใหญ่ของสมาชิก และการตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านสุขภาพในอนาคตแบบองค์รวม ผ่านการลงทุนในความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดต่อไป

การประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงด้านอาหาร (The Food Security Ministerial Meeting) จะมีขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน การประชุมจะมีการหารือเรื่องการรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านอาหาร การประกันความมั่นคงด้านอาหารของภูมิภาคระดับสูงในวาระการประชุมของเอเปค โดยในปีที่แล้ว รัฐมนตรีเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับแผนงานความมั่นคงด้านอาหาร 10 ปี ในปีนี้ ประเทศไทยจะเป็นผู้นำการอภิปรายเพื่อดำเนินการตามแผนงานและสร้างความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงของการหยุดชะงักของการค้าอาหารระหว่างประเทศ

ดร. สตา มาเรีย อธิบายเพิ่มเติมว่า “ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายในปัจจุบัน สถาบันพหุภาคี เช่น เอเปคมีบทบาทในการช่วยให้เราเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ในลักษณะที่มีการประสานงาน บูรณาการและเหนียวแน่น และทำให้มั่นใจได้ว่างานของเราจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อผู้คนในภูมิภาคในที่สุด”

“เราจะยังคงเน้นความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพทั่วทั้งภูมิภาคของเรา ซึ่งรวมถึงระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council) เวทีระดับภูมิภาคอื่น ๆ และผู้มีส่วนร่วมหลัก รวมถึงเยาวชนในภูมิภาคของเรา” เธอกล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ

ผู้สนใจติดตามการประชุมของเอเปค 2022 ในช่วงเดือนสิงหาคม สามารถติดตามปฏิทินการประชุมได้ที่ https://www.apec.org/events-calendar

ที่มา

APEC Secretariat. (16 August 2022). Officials Seek to Address Uncertainties, Improve Resiliency. Retrieved from https://www.apec.org/press/news-releases/2022/officials-seek-to-address-uncertainties-improve-resiliency

แปลและเรียบเรียงโดย

นายศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ

นักวิจัยประจำสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์