UNHCR ชี้วิกฤตอาหารเป็นตัวเร่งระดับการพลัดถิ่นพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

infoquest

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยว่า วิกฤตความมั่นคงทางอาหารที่เกิดจากสงครามยูเครนนั้น จะผลักไสให้ผู้คนจำนวนมากต้องหลบหนีออกจากบ้านเกิดของตนในประเทศยากจน ซึ่งจะส่งผลให้ระดับการพลัดถิ่นทั่วโลก (global displacement) พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

รายงานจาก UNHCR ในวันนี้ (16 มิ.ย.) ระบุว่า ในช่วงสิ้นปี 2564 ประชาชนราว 89.3 ล้านคนทั่วโลกต้องถูกบังคับให้พลัดถิ่น อันเป็นผลมาจากการกดขี่ข่มเหง ความขัดแย้ง การล่วงละเมิด และความรุนแรง หลังจากนั้น ประชาชนอีกหลายล้านคนต้องหลบหนีออกจากยูเครนหรือกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในเขตชายแดน

นอกจากนี้ ราคาอาหารที่พุ่งขึ้นเนื่องจากการส่งออกธัญพืชที่หยุดชะงักนั้น จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการพลัดถิ่นในที่อื่น ๆ เพิ่มขึ้น

นายฟิลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในสัปดาห์นี้ว่า “หากต้องเผชิญกับวิกฤตความมั่นคงทางอาหารไปพร้อมกับปัญหาทั้งหมดที่ผมได้กล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม สิทธิมนุษยชน และสภาพอากาศ ปัญหาเหล่านี้จะเร่งให้แนวโน้มการพลัดถิ่นในรายงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก” และกล่าวเสริมว่า ผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวจะยิ่งเด่นชัดขึ้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ซึ่งในขณะนี้ มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากขึ้น อันเนื่องมาจากผลของราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น และการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภูมิภาคซาเฮล (Sahel) ของแอฟริกา

นอกจากนี้ นายกรันดียังได้วิพากษ์วิจารณ์ “การผูกขาด”การส่งมอบทรัพยากรให้กับยูเครน ในขณะที่โครงการเพื่อช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นอื่น ๆ นั้น ได้รับเงินทุนสนับสนุนไม่เพียงพอ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รายงานของ UNHCR บ่งชี้ว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นทุกปีตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา และปัจจุบันมีผู้พลัดถิ่นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับในปี 2555 ซึ่งมีผู้พลัดถิ่น 42.7 ล้านคน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์