รายงานเอเปคฉบับใหม่กล่าวถึงต้นทุนงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างและงานภายในครัวเรือน

23 มีนาคม 2022 หน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปค สิงคโปร์

รายงานฉบับใหม่โดยหน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปคพบว่า ผู้หญิงต้องแบกรับภาระที่มีนัยสำคัญและไม่สมส่วนภายในบ้าน โดยเฉพาะการแบกรับภาระการดูแลและงานบ้านโดยไม่ได้รับค่าจ้างมากกว่าผู้ชายเกือบ 3 เท่า

โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงในภูมิภาคเอเปคใช้เวลา 4 ชั่วโมง 20 นาทีต่อวันในการทำงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง เช่น ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยในครอบครัว ตลอดจนทำงานบ้านและงานอาสาสมัครในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 4 ชั่วโมง 32 นาที

รายงานยังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มทั่วโลกว่า โดยภาพรวมแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมีส่วนแบ่งมากกว่าผู้ชาย ทั้งงานดูแลและทำงานบ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้าง

รายงานระบุว่ามูลค่าของการดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างและการทำงานบ้านแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ข้อมูลนี้แสดงโดยข้อมูลที่ครอบคลุมสมาชิกเอเปคจำนวน 8 เขตเศรษฐกิจจากทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ โดยงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างทั้งหมดมีสัดส่วนสูงถึง 41.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในออสเตรเลีย ขณะที่ในประเทศไทยต่ำกว่าที่ร้อยละ 5.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

“อิทธิพลจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมส่งผลต่อระดับและผลกระทบของภาระที่ผู้หญิงแบกรับ เช่น รายได้ครัวเรือน ระดับการศึกษา สถานภาพการสมรส และเด็ก” เรอา ซี เฮอร์นันโด (Rhea C. Hernando) นักวิจัยอาวุโสของหน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปค ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงานกล่าว “เช่น ส่วนแบ่งของงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างของผู้หญิงมักจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อพวกเขาแต่งงานและมีลูก”

“อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องค้นหาให้ไกลกว่าข้อเท็จจริงที่ว่าผู้หญิงต้องแบกรับงานดูแลและทำงานบ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้างจำนวนมาก โดยการคำนวณความเท่าเทียมกันทางการเงินในแง่ของการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ” เฮอร์นันโดกล่าวเสริม

นอกจากการประเมินมูลค่าเงินของงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างแล้ว เฮอร์นันโดยังโต้แย้งว่าการคิดต้นทุนของผลกระทบในวงกว้างและระยะยาวต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงก็มีความสำคัญเท่ากัน เช่น ผลกระทบต่อการศึกษา รวมถึงผลที่ตามมาต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

“รัฐบาลอาจพิจารณาจัดสรรทรัพยากรเพื่อทำการสำรวจการใช้เวลาเพื่อกำหนดเวลาที่ใช้ในงานประเภทต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับค่าจ้าง” เฮอร์นันโดกล่าว “การสำรวจเหล่านี้ควรได้รับการออกแบบสำหรับข้อมูลแยกเพศเพื่อแจ้งนโยบาย อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ยุ่งยาก คือ การแก้ไขช่องว่างทางการเงิน เนื่องจากมีเพียง 13% ของเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีงบประมาณเฉพาะสำหรับสถิติทางเพศ”

นอกเหนือจากการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสร้างสถิติเกี่ยวกับเพศแล้ว รายงานยังแนะนำให้สมาชิกเอเปคจัดการกับปัญหาการดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างและการทำงานบ้านในลักษณะองค์รวม ซึ่งหมายถึงการวางนโยบายและแนวปฏิบัติที่ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อสนับสนุนคนงานที่มีความรับผิดชอบในครอบครัวตลอดจนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ โดยเฉพาะไฟฟ้าและน้ำสะอาดและบริการทางสังคม

นอกจากนี้ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกสาธารณะแบบบูรณาการและต่อเนื่อง โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน องค์กรด้านสื่อและชุมชน หัวใจสำคัญของการรณรงค์เหล่านี้ คือ การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศเพื่อช่วยลดส่วนแบ่งงานที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย ผู้หญิงและผู้ชาย

ดร.รีเบคก้า สตา มาเรีย (Dr. Rebecca Sta Maria) ผู้อำนวยการบริหารของสำนักเลขาธิการเอเปค (the APEC Secretariat’s Executive Director) กล่าวว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงได้รับส่วนแบ่งอย่างไม่เท่าเทียมกันจากงานและงานบ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และสิ่งนี้กำลังส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของพวกเธอ ความพร้อมของการใช้งานและระดับข้อมูลในพื้นที่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันหน่วยงานในภูมิภาคสำหรับการปรับเปลี่ยนนโยบายที่จำเป็น”

“เอเปคจะต้องสนับสนุนการอภิปรายนโยบายให้บ่อยครั้งมากขึ้นเกี่ยวกับการเสริมพลังทางเศรษฐกิจของสตรี ตลอดจนส่งเสริมความสำคัญของข้อมูลที่แยกจากเพศ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของเรามีความครอบคลุมมากขึ้น พร้อมผลประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับทุกคน” ดร.สตา มาเรียกล่าวสรุป

ที่มา

APEC. (23 March 2022). New Report Counts the Costs of Unpaid Care and Domestic Work. Retrieved from https://www.apec.org/press/news-releases/2022/new-report-counts-the-costs-of-unpaid-care-and-domestic-work

หมายเหตุ

ผู้สนใจรายงานฉบับเต็ม เรื่อง Unpaid Care and Domestic Work: Counting the Costs สามารถเข้าถึงได้ที่ https://www.apec.org/publications/2022/03/unpaid-care-and-domestic-work-counting-the-costs

แปลและเรียบเรียงโดย

นายศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ

นักวิจัยประจำสถาบันอาณาบริเวณศึกษา

ศูนย์ศึกษาเอเปค สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์