27 ม.ค. 65 16:56 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

KBANK คงเป้ากรอบจีดีพีปีนี้ที่ 2.8-3.7% ระบุศก.ไทยโตช้ากว่าตปท.หลังวัคซีนโควิดมาช้า พร้อมกังวลโอไมครอนยังกดดันการท่องเที่ยว ส่วนค่าเงินบาทสิ้นปีนี้คาดยังผันผวน ประเมินเป้าที่ 32.30 บ./ดอลล์
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยในงานแถลงข่าว งานสัมมนา “Covid-19 ระลอกใหม่กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และตลาดการเงินไตรมาสที่ 1/2565” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจ(จีดีพี) ของไทยในปี 65 นี้ ยังคงประมาณการการเติบโต 2.8-3.7% หรือไม่เกินระดับ 4%
โดยมองว่าเศรษฐกิจประเทศไทยเติบโตได้ช้ากว่าตลาดต่างประเทศ ซึ่งมองว่ามาจากความแตกต่างจากนโยบายทางการเงินในแต่ละประเทศ โดยมองว่าประเทศใดที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดเร็วและครอบคลุมมากกว่า จะมีผลให้เศรษฐกิจฟื้นและเจอเงินเฟ้อเร็วกว่าเช่นสหรัฐฯ เป็นต้น สอดคล้องกับค่าการผลิต PMI ซึ่งของไทยยังคงอยู่ระดับทรงตัวแต่เกินระดับ 50 จุดได้ ยังไม่สามารถขยายตัวอย่างเต็มที่
ด้านการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธ์โอไมครอน ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้องค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ(UNWTO) มีผลสำรวจว่าภาพรวมการท่องเที่ยวทั่วโลก อาจจะฟื้นตัวได้ในปี 67 หรือหลังจากนั้นเป็นต้นไป เพราะผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด ต่อด้วยสายพันธุ์เดลต้า และโอไมครอนตามลำดับ ซึ่งจีดีพีประเทศไทยเติบโตและพึ่งพาหลักมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้นภาพรวมการท่องเที่ยวคาดว่ายังคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะก่อนจะฟื้นตัวชัดเจนได้
ขณะที่ภาคการลงทุนในไทยเริ่มมีอัตราที่ชะลอลง จากปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะ และหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามเศรษฐกิจที่ชะงักจากสถานการณ์การระบาดของโควิด เป็นปัจจัยกดดันภาพรวมในปีนี้เช่นกัน
สำหรับค่าเงินบาทไทยในปี 65 คาดว่าสิ้นปีจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 32.30 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากพัฒนาการโควิดเริ่มปรับตัวดีขึ้น อยู่ในระดับควบคุมได้ หนุนภาคท่องเที่ยวค่อยๆ ฟื้นตัวได้ แต่ระหว่างทางคาดว่าเงินบาทจะมีความผันผวนเช่นกัน
รายงาน ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
เรียบเรียง สุรเมธี มณีสุโข
อนุมัติ อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
Cr.efinancethai
