18 พ.ค. 64 11:31 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 1/2564 (ม.ค. – มี.ค.) หดตัว 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเป็นการหดตัวครั้งแรกหลังขยายตัว 3 ไตรมาสติดต่อกัน และหดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.5%
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GDP ญี่ปุ่นหดตัวนั้นเป็นผลมาจากการประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ 6 จังหวัดของนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ และความล่าช้าของการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-10 ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนลดลง 1.4% เช่นเดียวกับ การใช้จ่ายด้านทุนปรับตัวลง 1.4% ขณะที่การส่งออกขยายตัว 2.3%
โยชิกิ ชินเกะ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไดอิจิ กล่าวว่าหากรัฐบาลเลือกที่จะขยายเวลาการประกาศภาวะฉุกเฉินออกไปอาจส่งผลให้ GDP ในไตรมาสที่ 2/2564 หดตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากการประกาศภาวะฉุกเฉินได้ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคขาดหายไปมากที่สุดและสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากที่สุด และการเร่งฉีดวัคซีนคือหนทางที่ดีที่สุดในเวลานี้
ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีภายในการบริหารของนายกรัฐมนตรีซูงะ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากการขยายเวลาการประกาศภาวะฉุกเฉินอาจส่งผลกระทบกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยล่าสุดหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชินบุนได้เปิดเผยผลการสำรวจความนิยมล่าสุดของผู้นำญี่ปุ่นพบว่าคะแนนความนิยมได้ลดลงจากระดับ 40% ในเดือนเม.ย.มาอยู่ที่ 33% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ย.2563
รายงาน ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
เรียบเรียง ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ
อนุมัติ พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
Cr. efinancethai
