หน่วยงานยาของอียูเชื่อมั่นวัคซีนแอสตราเซเนกา

พุธที่ 17 มีนาคม 2564 เวลา 07.35 น. เดลินิวส์

องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปยืนยันมติเดิม ในการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ว่า “ให้ประโยชน์มากกว่าก่อให้เกิดความเสี่ยง”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า นางเอเมอร์ คุก ผู้อำนวยการองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) แถลงเมื่อวันอังคาร ยืนยันมติเดิมของที่ประชุม เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา รับรองการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกา ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดจากสหราชอาณาจักร “กับบุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป”

ทั้งนี้ คุกกล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด คือการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ การต้องเข้าโรงพยาบาล และการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยเป็นข้อดี “ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า” ความเสี่ยงที่ร่างกายจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีนตัวนี้

แม้หลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรป ตัดสินใจระงับการใช้งานวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด เนื่องจากพบการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง โดยเฉพาะภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แต่เป็นสัดส่วนซึ่งไม่ได้สูงกว่าที่พบในประชาชนทั่วไป ซึ่งไม่ฉีดหรือยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม อีเอ็มเอประเมินสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และจะออกรายงานฉบับเต็มในวันพฤหัสบดีที่ 18 มี.ค.นี้

ขณะที่ ศ.แอนดรูว์ พอลลาร์ด ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ร่วมกับแอสตราเซเนกา ยืนยันว่า “ไม่มีหลักฐานชี้ชัด” ว่าวัคซีน AZD1222 หรือ ChAdOx1 nCoV-19 ซึ่งสกัดจากอดิโนไวรัสของลิงชิมแปนซี จะเป็นตัวการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงาน “ปรากฏการณ์” ดังกล่าวในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเทศที่มีการแจกจ่ายวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด เป็นจำนวนมากที่สุด.

เครดิตภาพ : AP

Cr. เดลินิวส์